เส้นทางดอกซากุระ

เส้นทางดอกซากุระ หรือ ทางเดินนักปราชญ์แห่งเกียวโต (Kyoto Philosopher’s Path) เป็นเส้นทางเดินชมดอกซากุระทั้งแถบ ถ้านักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยื่อนเส้นทางแห่งนี้ในยามดอกซากุระบานสะพรั่ง คุณจะสัมผัสได้ถึงความสวยงามที่ยากเกินจะบรรยาย ความเป็นธรรมชาติ ความอ่อนโยน นึกถึงเวลาเราดูการ์ตูนแล้ว บรรยากาศฟรุ้งฟริ้ง มีดอกซากุระบาน รอบๆตัวเรา แบบนั้นเลย

แต่เป็นของจริง แถมระหว่างการเดินทางก็จะมีบางต้นที่ดอกซากุระปลิวร่วงหล่นลงมาบ้างตามธรรมชาติ ทุกอย่างดูสมบูรณ์มากๆ นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นยังเส้นทางแห่งนี่ในช่วงเทศกาลซากุระเป็นจำนวนมาก และกิจกรรมยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวก็คือ การถ่ายภาพ เก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะเชื่อเถอะว่าทุกคนที่มาต้องหยิบกล้อง หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอย่างแน่นอน เพราะทนความสวยงามของเหล่าดอกซากุระไม่ไหว ต่อให้ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่รับรองว่า ถ่ายมุมไหนๆ ก็ออกมาสวยแบบมืออาชีพ เพราะเส้นทางซากุระนี้มันสวยในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าใครมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงดอกซากุระบานครั้งต่อไปที่เกียวโต แนะนำว่าห้ามพลาดเด็ดขาดกับทางเดินนักปราชญ์(Philosopher’s Path) แห่งนี้ เพราะต้องเป็นหนึ่งในแผนเที่ยวที่สำคัญที่คุณต้องบันทึกไว้

สถานที่: ทางเดินนักปราชญ์แห่งเกียวโต (Kyoto Philosopher’s Path)
ที่อยู่: Tetsugaku-no-michi Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu Japan
วิธีเดินทาง: ขึ้นรถเมล์สาย 204 จากสถานี Daitokuji มาที่สถานี Ginkakuji-michi

ตั๋วรถ Kansai Thru Pass คนไปญี่ปุ่นแถวคันไซต้องรู้

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลที่จะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแถบคันไซ ที่ประกอบไปด้วยหลายเมืองชื่อดังน่าเที่ยว เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ และวากายาม่า เป็นต้น ต้องไม่พลาดที่จะมาทำความรู้จักตั๋วรถในการเดินทางที่ชื่อว่า Kansai Thru Pass เพราะเจ้าตั๋วชนิดนี้จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยว แล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะหลายแบบ ไปเที่ยวยังแหล่งต่างๆหลายจุด ในย่านคันไซติดกันทั้งแบบ 2 วัน หรือ 3 วันก็ได้

โดย Kansai Thru Pass นั้นมีประโยชน์และคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยอะต่อวัน ต้องแวะไปหลายที่แล้วไม่อยากกังวลเรื่องการซื้อตั๋วรถไฟ รถบัส ใหม่ทุกครั้งต้องมาหยอดเหรียญจ่ายเงินให้ยุ่งยาก Kansai Thru Pass จะตอบโจทย์มากๆ โดย อาจจะมีเงื่อนไขเพียงแค่ไม่สามารถขึ้นรถไฟของ JR ได้เท่านั้น ทางด้านของราคา และจำนวนวันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ก็จะมีความแตกต่างกันดังนี้

Kansai Thru Pass 2 วัน เด็ก ราคา: 2,000 Yen
Kansai Thru Pass 2 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 4,000 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน เด็ก ราคา: 2,600 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 5,200 Yen

ถือได้ว่าราคาไม่แพงเลยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไปหลายที่ต่อวันแล้วขึ้นลงเข้าออกรถขนส่งสาธารณะได้หลายแบบหลายประเภท ลดความยุ่งยากในการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเที่ยว แบบนี้ก็เหมือนเดินทางเหมาไปเลยไม่อั้น ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปย่านคันไซลองพิจารณาดูได้ หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซด์นี้ http://www.surutto.com/tickets/kansai_thru_english.html

รู้ไหมว่าเค้ามีอาหารอิตาเลียนขายในร้านสะดวกซื้อแล้วนะ

สำหรับผู้ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนแต่ไม่มีเวลาทำ(หรือทำไม่เป็น 555+) ไม่มีเวลาไปร้านอาหาร ตอนนี้มีทางเลือกใหม่ให้คุณแล้ว เพราะเค้ามีจำหน่ายแบบสำเร็จรูปแล้วนะ ในราคาไม่แรง ซึ่งก็มีหลายเมนู ทั้ง ลาซานญ่าหมู และมักโรนีอบชีส ในขนาดปริมาณ 100 กรัม แถมยังกินง่าย เพียงแค่เอาเข้าไมโครเวฟเท่านั้น ใครสนใจลองไปหาซื้อมาลองชิมกันดูนะ

ไปกินอาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดปลาวากายาม่า @Japan กัน!!

เมืองวากายาม่า (Wakayama) เป็นเมืองที่อยู่ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวหลายคนอาจจะยังไม่เคยไป เพราะส่วนใหญ่ถ้าคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นในแถบคันไซก็มักจะไปเที่ยวที่โอซาก้าและเกียวโตมากกว่า แต่ความจริงแล้วแถบคันไซนี้ยังมีเมืองน่ารักๆ และน่าสนใจอีกหลายเมืองอย่างเช่นที่เมืองวากายาม่า (Wakayama) ก็เช่นกัน

รู้ไหมว่า วากายาม่ายังเป็นเมืองที่ส่งออกปลาทูน่าอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเลยนะ แถมยังมีตลาดปลาที่เราอยากแนะนำให้มาลองชิมอาหารทะเลสดๆกัน ที่ Kuroshio Ichiba Market ตลาดปลาชื่อดังใน Marina City ในตลาดจะมีขายอาหารทะเลสดๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อแล้วนำมาย่างได้ทันที ความพิเศษของตลาดอยู่ตรงที่ เค้ามีบริการพื้นที่เตาให้เราใช้บริการได้ฟรี เหมือนร้านอาหารเลย มีพนักงานมาคอยจุดไฟให้ บริการดีมากๆ ไม่ว่าเราจะซื้ออาหารทะเลร้านไหนก็มาใช้เตาย่างได้หมดเลย ดีมากๆ แถมอาหารทะเลก็สดใหม่อร่อยสุดๆไปเลย นอกจากนี้ใน Wakayama Marina City ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆอีกมากทั้งแช่น้ำร้อน โซนหมู่บ้านผลไม้ และต่างๆ อีกมากมาย ใครไปญี่ปุ่นถ้ามีโอกาสก็ลองแวะไปชิมอาหารทะเลกันได้ เดี๋ยวทิ้งลายแทงไว้ให้ด้านล่างเช่นเคย

สถานที่ : Wakayama Marina City 1527, Kemi, Wakayama-shi, Wakayama-ken, Japan
โทร: 073-448-0300 (Int+81-73-448-0300)
Website: https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี จาก Wakayamashi Station แล้วต่อรถเมล์ไปลง Marina City สุดสายได้เลย

เที่ยวป่าไผ่ในเกียวโต (Arashiyama)

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโต Kyoto แถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากมาย ที่เดินทางมาเที่ยวเกียวโตแล้วมักจะแวะมาถ่ายภาพ บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่น เย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีที่เป็นช่วงดอกซากุระบาน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาก็ไม่ยาก เราสามารถนั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Arashiyama Station [Henkyu railway] นอกจากป่าไผ่ที่งดงามแล้วยังมีสะพานชื่อ Togetsukyo ที่อยู่ในระแวกเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชิลๆ ข้ามสะพาน Togetsukyo ไปยังป่าไผ่ได้

ไหว้วัดเจ้าแม่กวนอิมพันองค์ @Japan

ที่เที่ยวในเกียวโตอีกแห่งหนึ่ง ที่เราอยากจะแนะนำให้เขียนไว้ในแผนเที่ยวญี่ปุ่นก็คือ Sanjusangendo Temple หรือ วัดซันจูซันเก็นโด เป็นวัดที่มีการตกแต่งแบบญี่ปุ่นแท้ๆและภายในวัดก็ยังมีเจ้าแม่กวนอิมที่เรียงรายสวยงามถึง 1,001 องค์ ตื่นตาตื่นใจกับนักท่องเที่ยวที่ไปไหว้ขอพรและสักการบูชาอย่างมาก แต่ก็มีข้อห้ามนะว่าห้ามบันทึกภาพเจ้าแม่กวนอิมจำนวน1,001 องค์ ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาต เราจึงไม่ได้เก็บภาพในส่วนนั้นมาฝากนะ

ก็เราจะมีบรรยากาศระหว่างการเดินทางไปและบริเวณรอบๆวัดมาฝากทุกคน โดยภายในวัดยังมีเรื่องราวประวัติความเป็นมารวมถึงรูปปั้นของเทพแต่ละองค์อีกมากมาย ซึ่งมีความน่าสนใจและประทับใจเป็นอย่างมาก เราขอแนะนำเลยว่าถ้าใครกำลังมีแผนพาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวกับแล้วล่ะก็ Sanjusangendo Temple น่าจะเป็นจุดไฮไลท์ประทับใจอย่างแน่นอน ซึ่งช่วงที่เราเดินทางไปนั้น เป็นช่วงฤดูดอกซากุระบานพอดี ดังนั้นระหว่างการเดินทางไปก็จะพบดอกซากุระสวยงาม นอกจากนี้บริเวณรอบๆวัดก็มีการจัดตกแต่งสวนสวยแบบสไตล์ญี่ปุ่น มีความเงียบสงบ เป็นธรรมชาติ มากๆ

สถานที่: Sanjusangendo Temple
ที่อยู่: 657 Sanjūsangendōmawari, Higashiyama-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu 605-0941, Japan

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.
วิธีเดินทางไป: ขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Shichijo Station [Keihan Line] หรือ สถานี Kyoto station แล้วเดินไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน , เด็ก 400 เยน
เบอร์ติดต่อ: +81 75-561-0467

น้ำเต้าหู้ ฟักทองญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น

วันนี้จะมารีวิว น้ำเต้าหู้ ที่เจอในเซเว่นแต่ไม่ใช่น้ำเต้าหู้ธรรมดานะ แต่มันคือน้ำเต้าหู้ฟักทองญี่ปุ่น นั้นเอง

โดยเป็น น้ำเต้าหู้ ยี่ห้อ TOFUSAN เราชอบยี่ห้อนี้นะตรงที่เขาไม่ผสมพวกวัตถุเจือปนเช่นพวก วัตถุกันเสียต่างๆ กินแล้วรู้สึกว่ามาจากธรรมชาติจริงๆ ส่วนหน้าตาก็เป็นแบบดังรูปนะ เห็นเขาบอกว่าใส่ฟักทองญี่ปุ่นเข้าไป 16.5% ส่วนน้ำตาลก็ 11 กรัม หวานนิดนึง ให้พลังงาน 140 kcl
รสชาติก็ถือว่าอร่อยใช้ได้มีรสชาติของฟักทอง (แต่เราแยะไม่ออกนะว่ามันเป็นฟักทองญี่ปุ่นจริงๆไหม 55+) ถือว่ากลมกล่อมใช้ได้เลย เพื่อนๆลองไปหาทานกันดูได้จ้า

ไปเที่ยว Kinkakuji temple ที่เกียวโตกัน

ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืมแวะไปเที่ยววัดทอง หรือวัด Kinkakuji temple ที่เกียวโต เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีประวัติความเป็นมาและความสวยงามของตัววัดทอง คนที่ไปต่างก็ประทับใจกับการเดินชมบริเวณรอบๆวัด และได้ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ เพราะเราสามารถเที่ยว Kinkakuji temple ได้ทุกฤดู โดยแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามต่างกัน เช่นฤดูหนาวก็จะเห็นหิมะปกคลุมตัววัดสีทอง แต่ถ้าฤดูใบไม้สีแดงก็จะเห็นสีของวัดทองตัดกับเหล่าใบไม้สีแดง และถ้าในช่วงซากุระก็จะเห็นความอ่อนโยนของสีดอกซากุระที่ดูอบอุ่นไปกับวัดสีทอง นอกจากนี้มีหลายคนพูดว่า วัด Kinkakuji นั้นเป็นวัดของท่านโชกุนในการ์ตูนอิกคิวซังด้วยด้วยนะ

สำหรับด้านการเดินทางนั้นถ้าใครมาจากวัด Ginkakuji ให้ขึ้นรถบัสที่ป้าย Ginkakuji-michi สาย 102, 204 แล้วไปลงที่ป้าย Kinkakuji-michi

ค่าเข้าชมในวัดทอง 400 เยน ต่อคน

ไปบุก Dinosaur Planet กัน!

ไดโนซอร์ แพลนเน็ต (Dinosaur Planet) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมสนุกๆและได้ความรู้ให้กับลูกๆหลานๆ ในวันหยุดแล้วล่ะก็ ที่นี่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เด็กๆต้องชอบมากแน่ๆ เพราะที่ไดโนซอร์ แพลนเน็ต แห่งนี้มีพื้นที่หลายโซนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจและศึกษาเกี่ยวกับไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆ โดยเค้ามีทั้งหมด 8 โซนด้วยกันดังนี้

  • โซนที่ 1 : 4D Deep – World เป็นโซนที่เหมือนเรานั่งอยู่ในรถแล้วมีไดโนเสาร์ล้อมรอบด้วยระบบ 4 มิติ สั่น สี เสียง และเค้าจะแจกแว่นตา ให้เราใส่ขณะนั่งชมด้วย
  • โซนที่ 2 : Dinosaur District เป็นส่วนของข้อมูลประวัติศาสตร์และมีห้องทดลองฟักไข่ไดโนเสาร์พร้อมโครงกระดูกไดโนเสาร์เท่าของจริง
  • โซนที่ 3 : Dino Eye สำหรับใครที่ชอบการนั่งชิงช้าสวรรค์ ต้องมาที่โซนนี้
  • โซนที่ 4 : Star Of Dino เป็นส่วนของไดโนเสาร์ตัวใหญ่ที่อยู่ตามทุ่งหญ้า จะส่งเสียงร้อง ขยับได้ และมีป้ายชื่อบอกว่าเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์อะไร
  • โซนที่ 5 : The Great Volcano เป็นลานกลางแจ้งถ้าใครไปช่วงเย็นๆ จะมีการแสดงโชว์ภูเขาไฟและสัตว์โลกล้านปี มีแสงสีเสียงต่างๆ
  • โซนที่ 6 Raptor X-Tream เป็นโซนที่เราจะต้องหารหัสลับ มีการวิ่งหลบไดโนเสาร์เสมือนจริง พูดเลยว่าสนุกมาก
  • โซนที่ 7 Dino Farm เป็นโซนที่เด็กๆจะชอบ เพราะสามารถขี่หลังไดโนเสาร์ได้
  • โซนที่ 8 Dino Square เป็นโซนพักเหนื่อยมีอาหาร ขนม น้ำหวานจำหน่ายพร้อมทั้งของที่ระลึกมากมาย
  • เป็นไงกันบ้าง ถ้าใครสนใจก็แวะไปเที่ยวพาครอบครัวไปทำกิจกรรมสนุกๆกันได้ ตสมรายละเอียดด้านล่างเลยจ้า

    ที่ตั้ง : Dinosaur Planet EM Sphere at Em District ระหว่างซอยสุขุมวิท 24 และ สุขุมวิท 22 ใกล้สวนเบญจสิริ ฝั่งเดียวกับดิเอ็มโพเรียม
    เดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออกที่ 6 (เดินประมาณ 200 เมตร จากทางออกที่ 6)

    เบอร์ติดต่อ : 063 167 6975 , 063 162 5830
    เปิดบริการทุกวัน ช่วงเวลา 10.00 – 22.00 น.
    Website : http://www.dinosaurplanet.net/

    Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

    Up ↑