ไปกิน Kannonya Cheese Cake ที่โกเบกัน @Japan

เมืองโกเบ นอกจากขึ้นชื่อในเรื่องเรื่องเนื้อวัวสุดเลิศรสแล้วยังมีของอร่อยอีกหลายอย่างมากมาย ซึ่งวันนี้เราขอแนะนำ ชีสโกเบ ยิ่งถ้าใครได้มาเที่ยว ย่านโกเบฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) อย่าลืมแวะมาชิมชีสเค้กที่ร้าน Kannonya Cheese Cake เพราะร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในด้านชีสเค้กและขนมหวานอันดับต้นๆแห่งเมืองโกเบเลย ซึ่งเราก็ได้แวะไปชิมมา บอกได้เลยว่าอร่อยมากจริงๆ โดยเฉพาะชีสเค้กที่นี่อร่อยสมคำล่ำลือ ชีสมีลักษณะนุ่มๆยืดๆ สุดๆไปเลยคอชีสห้ามพลาดเลยล่ะ ตามลายแทงไปได้เลยด้านล่าง ใครจะไปโกเบจดใส่แผนเที่ยวไว้ได้เลย

สถานที่ : Kannonya Cheese Cake Harborland
ที่อยู่ : Japan, 〒650-0044 Hyōgo Prefecture, Kobe, Chuo, Higashikawasakicho, 1−6−1 ウミエ モザイク
เบอร์ติดต่อ : +81 78-360-1537
Website : http://www.kannonya.co.jp/index.php

สนามบิน Kansai ที่ญี่ปุ่น

หลังจากเลือกมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในเขตคันไซ (Kansai) เราก็เลยบินตรงจากรุงเทพฯมาลงที่สนามบินคันไซเลย ดังนั้นวันนี้จะมารีวิวสนามบินคันไซแบบคร่าวๆให้ดูกัน ที่สนามบินแห่งนี้เมื่อเราบินมาถึงแล้วเราจะต้องนั่งรถไฟภายในสนามบินออก Terminal 2 ไปยัง Terminal 1 เพื่อไปเอากระเป๋าสัมภาระและตรวจคนเข้าเมืองซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เมื่อออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินแล้วถ้าใครจะเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ สามารถไปขึ้นรถไฟได้ที่ Terminal 1 ชั้น 2 ซึ่งจะติดกับชั้นขาออกภายในประเทศ หรือสามารถดูแผนที่ของทางสนามบินคันไซได้ที่นี่ https://www.kansai-airport.or.jp/en/map/

ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine) ยามค่ำคืนที่ญี่ปุ่น

ใครที่ไปเที่ยวเกียวโตแล้วส่วนใหญ่จะต้องแวะไปศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine)ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่นักท่องเที่ยวทุกรายต้องไปเยือน ไปเดินเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับเสาสีแดงเรียงรายขึ้นไปภูเขา และเชื่อว่าภาพถ่ายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายคนจะต้องมีถ่ายรูปคู่กับเสาสีแดงแน่นอน สำหรับศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ Fushimi Inari Shrine นั้นตั้งอยู่ ใกล้กับสถานีรถไฟ Fushimi Inari เดินทางง่ายสะดวก และที่สำคัญคือเข้าชมฟรี

งานนี้เราเลยแวะไปเที่ยวบ้างแต่ขอแหวกแนวไปยามค่ำคืนแทน แล้วก็ได้ภาพศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ ตอนกลางคืนที่ดูขลังไปอีกแบบและเชื่อไหมว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นไปเยี่ยมชมในยามค่ำคืน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มเลือกจะไปถ่ายรูปตอนกลางคืนเช่นเดียวกัน ถ้าใครสนใจก็ไปกันได้ตามรายละเอียดด้านล่างเช่นเดิม แต่ใครจะไปตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ได้รูปสวยต่างกันออกไป
การเดินทาง : ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงอยู่ด้านหน้าสถานี JR Inari ในสาย JR Nara Line หรือจะเดินจากสถานีรถไฟ Fushimi Inari ของสาย Keihan Main Line ก็ได้เหมือนกัน

Website: http://inari.jp/
ค่าเข้าชม: ฟรี

เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)

เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower) เป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น เพราะตึกแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของเมืองเกียวโต เนื่องจากมีความสูงอยู่ที่ 131 เมตร โดยถือได้ว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในเกียวโตก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาเยี่ยมชมเกียวโตทาวเวอร์โดยขึ้นไปยังจุดชมวิว ด้วยความที่เป็นตึกที่สูงที่สุดในเกียวโตจึงทำให้สามารถมองเห็นวิวต่างๆได้แบบ 360 องศสไปทั่วเมืองเกียวโต นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวก็นิยมถ่ายภาพคูกับเกียวโตทาวเวอร์ก่อนกลับ ซึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและวิเคราะห์กันแล้วว่าถ่ายรูปออกมาสวยเห็นทั้งยอดตึกเลยนั้นก็คือที่สถานีรถไฟ Kyoto Station นั่นเอง ถ้าใครได้ไปแล้วอยากได้ภาพสวยๆก็ลองไปกันได้ เพราะสะดวกมาก ยิ่งถ้าใครรีบๆไม่มีเวลาแต่อยากถ่ายรูปคู่กับตึกเกียวโตทาวเวอร์เราแนะนำมากสะดวกรวดเร็วได้ภาพสวยให้แวะมาได้ที่สถานีนี้

สถานที่: เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)
ที่อยู่: Japan, 〒600-8216 京都府京都市下京区 烏丸通七条下ル東塩小路町 721-1

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่สถานที่ Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด: : 9.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม : 770 เยน
เบอร์ติดต่อ: +81 75-361-3215

ไหว้พระใหญ่องค์โตที่นารา Japan

นาราเป็นเมืองเล็กที่ติดกับเมืองเกียวโตในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมมาเที่ยวเกียวโตและแวะมาที่นาราเพราะอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นาราจะมีวัดที่ชื่อว่า วัดโทไดจิ Todaiji temple เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มาก และมีที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ยักษ์มาก พระพุทธรูปองค์นี้ทำจากสำริด มีความสูง 16 เมตร มีน้ำหนักถึง 500 ตัน และยังเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

คนไทยเราก็มักจะเรียกว่าพระใหญ่องค์โต แห่งเมืองนารา แน่นอนว่าวัดแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมากราบไหว้สักการะบูชาและเก็บภาพ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับนักแสวงบุญชาวพุทธก็นิยมมาไหว้และพยายามรอดเสาทางด้านซ้ายของพระใหญ่ต้นหนึ่งที่ถูกเจาะรูไว้ โดยรูของเสาดังกล่าวนั้นมีขนาดเท่ากับจมูกของประใหญ่ เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครสามารถรอดผ่านรูนี้ได้ก็จะได้บรรลุนิพาน หรือบ้างก็บอกว่าจะทำให้คำอธิฐานนั้นๆเป็นจริง ทำให้ที่เสาดังกล่าวมักจะมีผู้คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวมายื่นต่อแถวเพื่อให้ได้รอดรูเสาต้นนี้นั่นเอง

สถานที่: วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu Nara Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 25 นาที
เวลาเปิด-ปิด: 8:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม: 500 เยน

เที่ยวป่าไผ่ในเกียวโต (Arashiyama)

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโต Kyoto แถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากมาย ที่เดินทางมาเที่ยวเกียวโตแล้วมักจะแวะมาถ่ายภาพ บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่น เย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีที่เป็นช่วงดอกซากุระบาน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาก็ไม่ยาก เราสามารถนั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Arashiyama Station [Henkyu railway] นอกจากป่าไผ่ที่งดงามแล้วยังมีสะพานชื่อ Togetsukyo ที่อยู่ในระแวกเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชิลๆ ข้ามสะพาน Togetsukyo ไปยังป่าไผ่ได้

ไปเที่ยว Kinkakuji temple ที่เกียวโตกัน

ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืมแวะไปเที่ยววัดทอง หรือวัด Kinkakuji temple ที่เกียวโต เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีประวัติความเป็นมาและความสวยงามของตัววัดทอง คนที่ไปต่างก็ประทับใจกับการเดินชมบริเวณรอบๆวัด และได้ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ เพราะเราสามารถเที่ยว Kinkakuji temple ได้ทุกฤดู โดยแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามต่างกัน เช่นฤดูหนาวก็จะเห็นหิมะปกคลุมตัววัดสีทอง แต่ถ้าฤดูใบไม้สีแดงก็จะเห็นสีของวัดทองตัดกับเหล่าใบไม้สีแดง และถ้าในช่วงซากุระก็จะเห็นความอ่อนโยนของสีดอกซากุระที่ดูอบอุ่นไปกับวัดสีทอง นอกจากนี้มีหลายคนพูดว่า วัด Kinkakuji นั้นเป็นวัดของท่านโชกุนในการ์ตูนอิกคิวซังด้วยด้วยนะ

สำหรับด้านการเดินทางนั้นถ้าใครมาจากวัด Ginkakuji ให้ขึ้นรถบัสที่ป้าย Ginkakuji-michi สาย 102, 204 แล้วไปลงที่ป้าย Kinkakuji-michi

ค่าเข้าชมในวัดทอง 400 เยน ต่อคน

ของฝากเชียงราย @ ถนนคนม่วน

เชียงรายเป็นจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาพักผ่อนกันมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ หรือยิ่งช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็เป็นช่วงที่คนกรุงแห่กันมาขึ้นดอยกันเลยล่ะ สำหรับนักท่องเที่ยวถ้ามาแล้วก็จะต้องซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านแน่นอน แต่ของฝากก็ทั่วไปเนอะเชียงรายภาคเหนือก็ต้องหมูยอ แคปหมู ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม เป็นต้น แต่นอกจากอาหารของกินเหล่านี้แล้วเชียงรายก็ยังมีของฝากอย่างอื่นที่น่าสนใจ อย่างเช่นกระเป๋าชาวดอย ใครได้ไปก็มีประทับใจบ้างแหล่ะ สีสันสวยงาม แถมราคาไม่แพงด้วย ใครไปเที่ยวเชียงรายก็แวะไปดูกันได้ที่ถนนคนม่วน กระเป๋าเก๋ ราคาถูกมากบอกเลย ไม่เชื่อไปดูภาพกัน

ไหนใครว่าอาหารในสุวรรณภูมิแพง?! มาทางนี้จะบอกความลับให้ (มันมีร้านราคาไม่แพงอยู่นะ)

สำหรับนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศที่ต้องไปใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิอยู่บ่อยๆ และบางครั้งบางทีก็ต้องไปฝากท้องไว้ที่นั่น แต่ค่าอาหารหลายร้านที่สนามบินสุวรรณภูมินั้นก็แสนจะแพงมาก (แพงกว่าปกติที่ควรจะเป็น) บางทียังไม่ทันได้บินไปต่างประเทศมารับประทานอาหารที่นี่ก็เหมือนอยู่ต่างประเทศซะแล้ว เพราะราคาช่างสูงเหลือเกิน แต่ไม่ต้องห่วงครั้งนี้เรามาบอกความลับสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า ร้านอาหารราคาไม่แพงยังคงมีหลงเหลืออยู่บ้างใน สนามบินสุวรรณภูมินะ เราไปลองมาแล้วมีอาหารทุกประเภทเช่น ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยว ผัดต่างๆ ยำผลไม้ ส้มตำ ขนมหวาน และอื่นๆอีกมากมาย โดยอาหารมีคุณภาพ อร่อยและ ราคาพอรับได้อีกด้วย

โดยราคาอยู่ที่จานละประมาณ 40-60 บาทเอง ซึ่งสถานที่นั่นก็คือที่ Food Court อย่างไงล่ะ หลายคนคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอย่างสนามบินสุวรรณภูมิเนี่ยนะจะมี Food Court กับเค้าด้วย ตอบเลยว่ามี!! แถมราคาไม่สูงไปด้วย แต่อาจจะต้องเดินลงมาชั้นล่างหน่อยแค่นั้นเอง โดย Food Court แห่งนี้มีชื่อว่า Magic Food Point ตั้งอยู่ชั้น 1 เมื่อเข้าไปแล้วสามารถแลกคูปองเพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มประเภทต่างๆได้เลย แต่ว่าข้อห้ามของศูนย์อาหารที่นี่คือ ห้ามนำรถเข็นเข้ามา ดังนั้นใครมีสัมภาระกระเป๋าใบใหญ่แนะนำว่าให้ไปโหลดกระเป๋าก่อนจะสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ที่ Magic Food Point Food Court ยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยนะ คนรักของถูก อาหารคุณภาพแบบเราๆ ลองแวะมาทานกันได้

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑