บรรยากาศโดยรอบปราสาทโอซาก้า

ถ้าใครไปเที่ยวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นต้องได้แวะไปเที่ยวปราสาทโอซาก้าอย่างแน่นอน เพราะปราสาทโอซาก้า หรือ Osaka Castle ถือเป็น Land Mark ที่สำคัญของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้ โดยปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้มาเยี่ยมชม ซึ่งเราได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวเช่นกันจึงเก็บภาพ บรรยากาศโดยรอบระหว่างเดินทางขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทโอซาก้ามาฝาก เพราะหลายคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะคิดว่า ปราสาทโอซาก้าที่ไปเที่ยวกัน น่าจะติดรถไฟใกล้นิดเดียว เลยเขียนแผนเที่ยวเผื่อเวลาไว้แบบนิดเดียว แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าคุณอยากจะไปให้ถึงปราสาทโอซาก้าจริงๆดื่มด่ำบรรยากาศโดยรอบ อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะเอาง่ายๆ กว่าจะเดินทางจากรถไฟและสวนด้านล่าง ขึ้นไปยังปราสาทก็ใช้เวลาพอควรแล้ว แล้วถ้าใครมาหน้าร้อนแบบเราก็จะร้อนหน่อยๆนะถือว่ามาออกกำลังกายละกัน

ที่บริเวณโดยรอบมีขนาดกว้าง และที่ตั้งของปราสาทโอซาก้าก็จะอยู่สูง เพราะเป็นทำเลที่ตั้งและกลยุทธ์ของการรบในสมัยโบราณที่สร้างปราสาทไว้สูง เพื่อเป็นจุดแข็งถ้าหากมีการรบ หรือมีสงคราม ที่ตั้งแบบนี้จะได้เปรียบนั่นเอง สำหรับบรรยากาศโดยรอบปราสาทโอซาก้าในวันพักผ่อนก็จะมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ต่างมาเที่ยวชม และพักผ่อน รวมถึงมีร้านค้าขายของมากมายน่าสนใจมากไปชมภาพกัน

สถานที่: ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
ที่อยู่: 1-1 Osakajo, Chuo, Osaka, Osaka Prefecture 540-0002, Japan

วิธีเดินทาง : ลงรถไฟสถานี Osaka Business Park Station แล้วเดินต่อไปอีก 10-15 นาที
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 540 เยน
เบอร์ติดต่อ: : +81 6-6941-3044

ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) กับป้ายกูลิโกะยักษ์ @Japan

ใครมาโอซาก้าแล้วไม่ได้มาย่านย่านโดทงโบริ (Dotonbori) นั้นถือว่ามาไม่ถึงโอซาก้านะจะบอกให้ เพราะย่านนี้เป็นย่านใจกลางเมืองโอซาก้าที่มีร้านค้าช้อปปิ้งที่ใหญ่มาก ผู้คนมากมาย เดินกันไม่หยุด ทั้งกลางวันและกลางคืน มีแหล่งรวมร้านอาหารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะ ทาโกยากิ ยากิโซบะ และ เนื้อปูยักษ์ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ห้ามพลาดเลยนะสำหรับขาช้อปและขากินทั้งหลาย

นอกจากนี้การถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะยักษ์ ก็เป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับใครๆที่มาเที่ยวที่โอซาก้า จะต้องถ่ายรูปกับป้ายและชูมือพร้อมกับยกขาขึ้น เป็นเรื่องปกติมากถ้าได้เดินผ่านป้ายจะเป็นผู้คนมาถ่ายรูปกันเต็มไปหมดทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือแม้แต่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองก็ตาม ถ้าได้ไปเที่ยวโอซาก้าก็ห้ามพลาดแวะไปเด็ดขาดนะ

สถานที่ : ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)
ที่อยู่: Dotonbori, Chuo, Osaka, Osaka Prefecture 542-0071, Japan

ไหว้พระใหญ่องค์โตที่นารา Japan

นาราเป็นเมืองเล็กที่ติดกับเมืองเกียวโตในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมมาเที่ยวเกียวโตและแวะมาที่นาราเพราะอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นาราจะมีวัดที่ชื่อว่า วัดโทไดจิ Todaiji temple เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มาก และมีที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ยักษ์มาก พระพุทธรูปองค์นี้ทำจากสำริด มีความสูง 16 เมตร มีน้ำหนักถึง 500 ตัน และยังเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

คนไทยเราก็มักจะเรียกว่าพระใหญ่องค์โต แห่งเมืองนารา แน่นอนว่าวัดแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมากราบไหว้สักการะบูชาและเก็บภาพ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับนักแสวงบุญชาวพุทธก็นิยมมาไหว้และพยายามรอดเสาทางด้านซ้ายของพระใหญ่ต้นหนึ่งที่ถูกเจาะรูไว้ โดยรูของเสาดังกล่าวนั้นมีขนาดเท่ากับจมูกของประใหญ่ เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครสามารถรอดผ่านรูนี้ได้ก็จะได้บรรลุนิพาน หรือบ้างก็บอกว่าจะทำให้คำอธิฐานนั้นๆเป็นจริง ทำให้ที่เสาดังกล่าวมักจะมีผู้คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวมายื่นต่อแถวเพื่อให้ได้รอดรูเสาต้นนี้นั่นเอง

สถานที่: วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu Nara Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 25 นาที
เวลาเปิด-ปิด: 8:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม: 500 เยน

โชว์ปลาทูน่ายักษ์ ที่วากายาม่า @Japan

อีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ตลาดปลาวากายาม่า นอกจากกินอาหารทะเลสดๆ ริมทะเลแล้ว ยังมีการแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ ให้ดูแบบตื่นตาตื่นใจมากๆ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมืองวากายาม่า ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่นนี้ เป็นเมืองส่งออกปลาทูน่าอันดับต้นๆของประเทศ ดังนั้นแล้วปลาทูน่าที่วากายาม่า จึงขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมมากๆ ที่ Kuroshio Ichiba Market ตลาดปลาชื่อดังใน Marina City จึงมีการจัดแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

ซึ่งการแสดงนี้จะจัดขึ้นทุกวัน วันละ 3 รอบต่อวัน ใครที่ชอบความตื่นเต้นลองแวะมาได้ บอกได้เลยว่าปลาทูน่าที่นำมาแล่โชว์นั้นตัวใหญ่มากๆ และคนที่แล่เนื้อก็โชว์การแล่ได้อย่างมืออาชีพ ขณะที่มีการโชว์นักท่องเที่ยวที่เดินชมตลาดทั้งหมดจะมายืนดูการแสดงโชว์อย่างคับคั่ง ดังนั้นเรามามีคำแนะนำว่าถ้าตั้งใจจะไปชมโชว์แล่ทูน่ายักษ์อย่าใกล้ชิด ควรดูเวลาที่โชว์เริ่ม แล้วไปยืนรอก่อน 5-10 นาที คุณก็จะได้ยืนดูในตำแหน่งที่เด่นชัดและทำเลดีที่สุด หลังจากโชว์เสร็จสิ้นแล้ว ทางร้านก็จะนำเนื้อปลาทูน่าที่แล่สดๆ มาวางจำหน่ายผู้ที่ชื่นชอบสามารถซื้อกลับไปฝากหรือย่างรับประทานได้ทันที เพราะคุณจะได้ลิ้มรสชาติของเนื้อปลาทูน่ายักษ์ สดๆ ใหม่ๆ เนื้อหวาน อร่อยมากๆเลย จดไว้ในแผนเที่ยวของคุณอีกหนึ่งที่ตามไปเที่ยวกันได้จ้า

สถานที่ : Wakayama Marina City 1527, Kemi, Wakayama-shi, Wakayama-ken, Japan
โทร: 073-448-0300 (Int+81-73-448-0300)

รอบการโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ :
-11.00 น.
-12.30 น.
-15.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี
Website: https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี จาก Wakayamashi Station แล้วต่อรถเมล์ไปลง Marina City สุดสายได้เลย

เส้นทางดอกซากุระ

เส้นทางดอกซากุระ หรือ ทางเดินนักปราชญ์แห่งเกียวโต (Kyoto Philosopher’s Path) เป็นเส้นทางเดินชมดอกซากุระทั้งแถบ ถ้านักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยื่อนเส้นทางแห่งนี้ในยามดอกซากุระบานสะพรั่ง คุณจะสัมผัสได้ถึงความสวยงามที่ยากเกินจะบรรยาย ความเป็นธรรมชาติ ความอ่อนโยน นึกถึงเวลาเราดูการ์ตูนแล้ว บรรยากาศฟรุ้งฟริ้ง มีดอกซากุระบาน รอบๆตัวเรา แบบนั้นเลย

แต่เป็นของจริง แถมระหว่างการเดินทางก็จะมีบางต้นที่ดอกซากุระปลิวร่วงหล่นลงมาบ้างตามธรรมชาติ ทุกอย่างดูสมบูรณ์มากๆ นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นยังเส้นทางแห่งนี่ในช่วงเทศกาลซากุระเป็นจำนวนมาก และกิจกรรมยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวก็คือ การถ่ายภาพ เก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะเชื่อเถอะว่าทุกคนที่มาต้องหยิบกล้อง หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอย่างแน่นอน เพราะทนความสวยงามของเหล่าดอกซากุระไม่ไหว ต่อให้ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่รับรองว่า ถ่ายมุมไหนๆ ก็ออกมาสวยแบบมืออาชีพ เพราะเส้นทางซากุระนี้มันสวยในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าใครมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงดอกซากุระบานครั้งต่อไปที่เกียวโต แนะนำว่าห้ามพลาดเด็ดขาดกับทางเดินนักปราชญ์(Philosopher’s Path) แห่งนี้ เพราะต้องเป็นหนึ่งในแผนเที่ยวที่สำคัญที่คุณต้องบันทึกไว้

สถานที่: ทางเดินนักปราชญ์แห่งเกียวโต (Kyoto Philosopher’s Path)
ที่อยู่: Tetsugaku-no-michi Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu Japan
วิธีเดินทาง: ขึ้นรถเมล์สาย 204 จากสถานี Daitokuji มาที่สถานี Ginkakuji-michi

ตั๋วรถ Kansai Thru Pass คนไปญี่ปุ่นแถวคันไซต้องรู้

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลที่จะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแถบคันไซ ที่ประกอบไปด้วยหลายเมืองชื่อดังน่าเที่ยว เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ และวากายาม่า เป็นต้น ต้องไม่พลาดที่จะมาทำความรู้จักตั๋วรถในการเดินทางที่ชื่อว่า Kansai Thru Pass เพราะเจ้าตั๋วชนิดนี้จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยว แล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะหลายแบบ ไปเที่ยวยังแหล่งต่างๆหลายจุด ในย่านคันไซติดกันทั้งแบบ 2 วัน หรือ 3 วันก็ได้

โดย Kansai Thru Pass นั้นมีประโยชน์และคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยอะต่อวัน ต้องแวะไปหลายที่แล้วไม่อยากกังวลเรื่องการซื้อตั๋วรถไฟ รถบัส ใหม่ทุกครั้งต้องมาหยอดเหรียญจ่ายเงินให้ยุ่งยาก Kansai Thru Pass จะตอบโจทย์มากๆ โดย อาจจะมีเงื่อนไขเพียงแค่ไม่สามารถขึ้นรถไฟของ JR ได้เท่านั้น ทางด้านของราคา และจำนวนวันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ก็จะมีความแตกต่างกันดังนี้

Kansai Thru Pass 2 วัน เด็ก ราคา: 2,000 Yen
Kansai Thru Pass 2 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 4,000 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน เด็ก ราคา: 2,600 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 5,200 Yen

ถือได้ว่าราคาไม่แพงเลยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไปหลายที่ต่อวันแล้วขึ้นลงเข้าออกรถขนส่งสาธารณะได้หลายแบบหลายประเภท ลดความยุ่งยากในการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเที่ยว แบบนี้ก็เหมือนเดินทางเหมาไปเลยไม่อั้น ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปย่านคันไซลองพิจารณาดูได้ หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซด์นี้ http://www.surutto.com/tickets/kansai_thru_english.html

เที่ยวป่าไผ่ในเกียวโต (Arashiyama)

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโต Kyoto แถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากมาย ที่เดินทางมาเที่ยวเกียวโตแล้วมักจะแวะมาถ่ายภาพ บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่น เย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีที่เป็นช่วงดอกซากุระบาน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาก็ไม่ยาก เราสามารถนั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Arashiyama Station [Henkyu railway] นอกจากป่าไผ่ที่งดงามแล้วยังมีสะพานชื่อ Togetsukyo ที่อยู่ในระแวกเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชิลๆ ข้ามสะพาน Togetsukyo ไปยังป่าไผ่ได้

รีวิวโรงแรมที่โอซาก้าน่าพักที่สุด (APA Hotel)

ญี่ปุ่นเป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่เชื่อว่าหลายคนอยากไป หรือควรจะต้องไปนั่นเอง แต่รอบนี้เราไปแถวคันไซ ใจกลางการท่องเที่ยวจุดหมายของนักเดินทางก็ต้องที่โอซาก้า ปัจจัยสำหรับการท่องเที่ยวก็คือที่พัก เราเลือกที่พักแบบโรงแรมเนื่องจากสะดวกสบาย ทั้งการเดินทางและอาหาร โดยโรงแรมที่เราได้ไปพักชื่อว่า APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ตั้งอยู่ติดสถานี Higobashi Station ทางออก 3 เลย สะดวกมากๆ แค่การเดินทางก็ประทับใจแล้ว คิดดูว่าการไปเที่ยวเราก็เดินเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ดังนั้นที่พักที่ใกล้สถานีรถไฟคือสิ่งที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย เช่น

-ฝากกระเป๋าได้
-มีลิฟท์ ที่จอดรถ
-มี Wifi ฟรี
-ตู้เย็น
-ทีวี นาฬิกาปลุก โคมไฟ

-ไดร์เป่าผม
-มีสถานที่ให้อาบน้ำอุ่นแช่ออนเซ็นด้วย

-มีของใช้ในห้องฟรี อุปกรณ์ครบ ผ้าเช็ดตัว แปรงฟัน ครีม ยาสระผม สบู่ รองเท้า ทางโรงแรมจัดให้หมด

-มีอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 7.00 น.- 10.00น. แล้วอาหารดีมีคุณภาพให้เราเลือกถึง 2 ร้าน คืออาหารนานาชาติ จะอยู่ชั้น 2F ชื่อว่า LA-VERANDA และ อาหารเวียดนาม จะอยู่ชั้น 30F ชื่อว่า Chao-Saigou อย่างไรก็ตามเค้าจะระบุข้อมูลไว้ในคูปองอาหารเช้า เดี๋ยวดูในภาพได้

-มีชุดให้และเตียงเราสามรถเลือกได้ว่าจะเอาเตียง คู่ หรือเตียงเดี่ยว

รอบนี้เราไปพักที่ APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ถึง 9 คืน บอกเลยว่าประทับใจมากๆ พนักงานบริการดี ทุกวันที่เราออกจากห้องเราสามารถแขวนป้ายไว้ได้ว่าจะให้เค้ามาทำความสะอาดให้ไหมแต่ละวัน อย่างเราแขวนทุกวันเค้าก็จะจัดห้องให้เราทุกวัน แถมช่วงที่เราไปน่าจะเป็นช่วงเทศการสันติภาพ ดังนั้นทุกครั้งเค้าจะวางนกกระเรียงพับไว้ให้เราด้วย บอกเลยว่าถ้าไปอีก APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ใครสนใจก็ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ สำหรับเราเราจองที่พักผ่านเวป Agoda และเราก็โชคดีมาก ตอนเราจองโรงแรมเราได้ ดีลพิเศษพอดี ทำให้ได้พักในราคาที่ถูกมากๆเลยนะสำหรับเราคิดแล้วตกคืน ละพันกว่าบาทเอง สำหรับ 2 คน คิดดูถูกมากๆ ใครสนใจไปส่องราคาได้ (แต่ก็ถือว่าเป็นเคสหายากนะที่จะได้ราคานี้ ลองลุ้นเอาจ้า)

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑