สนามบิน Kansai ที่ญี่ปุ่น

หลังจากเลือกมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในเขตคันไซ (Kansai) เราก็เลยบินตรงจากรุงเทพฯมาลงที่สนามบินคันไซเลย ดังนั้นวันนี้จะมารีวิวสนามบินคันไซแบบคร่าวๆให้ดูกัน ที่สนามบินแห่งนี้เมื่อเราบินมาถึงแล้วเราจะต้องนั่งรถไฟภายในสนามบินออก Terminal 2 ไปยัง Terminal 1 เพื่อไปเอากระเป๋าสัมภาระและตรวจคนเข้าเมืองซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เมื่อออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินแล้วถ้าใครจะเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ สามารถไปขึ้นรถไฟได้ที่ Terminal 1 ชั้น 2 ซึ่งจะติดกับชั้นขาออกภายในประเทศ หรือสามารถดูแผนที่ของทางสนามบินคันไซได้ที่นี่ https://www.kansai-airport.or.jp/en/map/

แอบส่องกิจกรรมคนญี่ปุ่นในวันหยุด

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สะอาด สงบและเรียบร้อย ครั้งนี้เราได้ไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ก่อนขึ้นไปเที่ยวยังปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ได้แอบเห็นกิจกรรมของชาวญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดดูแล้วอบอุ่นมาก เลยเก็บภาพมาฝาก

ที่นี่มีคนญี่ปุ่นทุกวัยเลยที่ออกมาพักผ่อนกันในยามวันหยุดและทำกิจกรรมร่วมกันมากมาย เช่น ผู้สูงอายุก็จะเดินเล่นในสวนออกกำลังกายกันไป เด็กวัยรุ่นก็จะมารวมกลุ่มกันเล่นดนตรีบ้าง ทานอาหารใต้ต้นไม้ ถ่ายรูป กั่นจักรยาน หรือแม้แต่ครอบครัวก็พาลูกหลานมาปิกนิก และ พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น เป็นต้น บอกได้เลยว่า บรรยากาศชิลมากจริงๆ ในการเดินเล่นในสวนช่วงวันหยุดและดอกซากุระบานแบบนี้ ไปชมภาพกัน

ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine) ยามค่ำคืนที่ญี่ปุ่น

ใครที่ไปเที่ยวเกียวโตแล้วส่วนใหญ่จะต้องแวะไปศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine)ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่นักท่องเที่ยวทุกรายต้องไปเยือน ไปเดินเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับเสาสีแดงเรียงรายขึ้นไปภูเขา และเชื่อว่าภาพถ่ายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายคนจะต้องมีถ่ายรูปคู่กับเสาสีแดงแน่นอน สำหรับศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ Fushimi Inari Shrine นั้นตั้งอยู่ ใกล้กับสถานีรถไฟ Fushimi Inari เดินทางง่ายสะดวก และที่สำคัญคือเข้าชมฟรี

งานนี้เราเลยแวะไปเที่ยวบ้างแต่ขอแหวกแนวไปยามค่ำคืนแทน แล้วก็ได้ภาพศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ ตอนกลางคืนที่ดูขลังไปอีกแบบและเชื่อไหมว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นไปเยี่ยมชมในยามค่ำคืน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มเลือกจะไปถ่ายรูปตอนกลางคืนเช่นเดียวกัน ถ้าใครสนใจก็ไปกันได้ตามรายละเอียดด้านล่างเช่นเดิม แต่ใครจะไปตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ได้รูปสวยต่างกันออกไป
การเดินทาง : ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงอยู่ด้านหน้าสถานี JR Inari ในสาย JR Nara Line หรือจะเดินจากสถานีรถไฟ Fushimi Inari ของสาย Keihan Main Line ก็ได้เหมือนกัน

Website: http://inari.jp/
ค่าเข้าชม: ฟรี

บรรยากาศโดยรอบปราสาทโอซาก้า

ถ้าใครไปเที่ยวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นต้องได้แวะไปเที่ยวปราสาทโอซาก้าอย่างแน่นอน เพราะปราสาทโอซาก้า หรือ Osaka Castle ถือเป็น Land Mark ที่สำคัญของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้ โดยปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้มาเยี่ยมชม ซึ่งเราได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวเช่นกันจึงเก็บภาพ บรรยากาศโดยรอบระหว่างเดินทางขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทโอซาก้ามาฝาก เพราะหลายคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะคิดว่า ปราสาทโอซาก้าที่ไปเที่ยวกัน น่าจะติดรถไฟใกล้นิดเดียว เลยเขียนแผนเที่ยวเผื่อเวลาไว้แบบนิดเดียว แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าคุณอยากจะไปให้ถึงปราสาทโอซาก้าจริงๆดื่มด่ำบรรยากาศโดยรอบ อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะเอาง่ายๆ กว่าจะเดินทางจากรถไฟและสวนด้านล่าง ขึ้นไปยังปราสาทก็ใช้เวลาพอควรแล้ว แล้วถ้าใครมาหน้าร้อนแบบเราก็จะร้อนหน่อยๆนะถือว่ามาออกกำลังกายละกัน

ที่บริเวณโดยรอบมีขนาดกว้าง และที่ตั้งของปราสาทโอซาก้าก็จะอยู่สูง เพราะเป็นทำเลที่ตั้งและกลยุทธ์ของการรบในสมัยโบราณที่สร้างปราสาทไว้สูง เพื่อเป็นจุดแข็งถ้าหากมีการรบ หรือมีสงคราม ที่ตั้งแบบนี้จะได้เปรียบนั่นเอง สำหรับบรรยากาศโดยรอบปราสาทโอซาก้าในวันพักผ่อนก็จะมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ต่างมาเที่ยวชม และพักผ่อน รวมถึงมีร้านค้าขายของมากมายน่าสนใจมากไปชมภาพกัน

สถานที่: ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
ที่อยู่: 1-1 Osakajo, Chuo, Osaka, Osaka Prefecture 540-0002, Japan

วิธีเดินทาง : ลงรถไฟสถานี Osaka Business Park Station แล้วเดินต่อไปอีก 10-15 นาที
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 540 เยน
เบอร์ติดต่อ: : +81 6-6941-3044

นั่งกระเช้าลอยฟ้าไปชมสวนสมุนไพรที่โกเบ

หลายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยๆ แวะกินเนื้อ ชิมชีสที่โกเบเป็นประจำ อาจจะยังไม่รู้ว่า เมืองโกเบนอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องเนื้อแสนอร่อย ที่เที่ยวท่าเรือต่างๆแล้ว ยังมีสวนสมุนไพรบนภูเขาที่สวยงาม เป็นที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งความตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมสิ่งแรกก็คือการได้นั่งกระเช้าลอยฟ้าจากด้านล่างขึ้นไปบนภูเขานั่นเอง โดยกระเช้าที่นั่งขึ้นไปเรียกว่า กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ Shin-Kobe Ropeway เป็นกระเช้าขนาดกลางไม่ใหญ่มาก มีความเป็นส่วนตัวมาก เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแค่คนที่เราต้องการได้ ไม่ต้องนั่งปะปนกับคนนอก ซึ่งเราถือว่า Private ดีสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ระหว่างทางการนั่งกระเช้า เราก็จะสามารถมองเห็นวิวรอบตัวเมืองโกเบ และภูเขารอคโคะ(Mount Rokko) ที่มีแหล่งธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำตกต่างๆ และถ้ามาช่วงดอกซากุระบาน ก็จะเห็นดอกซากุระเต็มต้นเป็นหย่อม สีขาว สีชมพู สบายตามากๆ สำหรับการนั่งกระเช้าลอยฟ้าเพื่อขึ้นไปยังสวนสมุนไพรนั้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่พอถึงเวลานั่งจริงๆแล้ว 20 นาทีนี่แปบเดียวมากจริงๆ ไม่ทันจะถ่ายรูปถ่ายวีดิโอเสร็จ ก็ถึงซะแล้ว เพราะฉะนั้นก็เตรียมใจกันไว้ถ้าอยากจะถ่ายรูปเก็บภาพ บรรยากาศระหว่างนั่งกระเช้าแนะนำว่า ทำกันอย่างว่องไว แต่ถ้าขาขึ้นไม่ทันจริงๆ ก็สามารถเก็บภาพกันต่อได้ตอนขาลงนะ ใครสนใจก็แวะไปได้ถ้ามีแผนจะไปเที่ยวโกเบเราแนะนำ

สถานที่ :กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ Shin-Kobe Ropeway
ที่อยู่: Japan, 〒650-0002 Hyōgo-ken, Kōbe-shi, Chūō-ku, Kitanocho, Yamagōri−1−4−3

เบอร์ติดต่อ: +81 78-271-1160
เวลาเปิด-ปิด: 9.30 น. – 16.45 น.
ค่าเข้าชม: นั่งไป-กลับ สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 1,260 เยน
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shin-Kobe Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 5-10 นาที สถานี Nunobiki Herb Garden Ropeway จะอยู่ใกล้กับห้าง Shin Kobe Oriental Avenue
Website: http://www.japan-ryokan.net/kobeherb/en/index1.html

เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)

เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower) เป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น เพราะตึกแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของเมืองเกียวโต เนื่องจากมีความสูงอยู่ที่ 131 เมตร โดยถือได้ว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในเกียวโตก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาเยี่ยมชมเกียวโตทาวเวอร์โดยขึ้นไปยังจุดชมวิว ด้วยความที่เป็นตึกที่สูงที่สุดในเกียวโตจึงทำให้สามารถมองเห็นวิวต่างๆได้แบบ 360 องศสไปทั่วเมืองเกียวโต นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวก็นิยมถ่ายภาพคูกับเกียวโตทาวเวอร์ก่อนกลับ ซึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและวิเคราะห์กันแล้วว่าถ่ายรูปออกมาสวยเห็นทั้งยอดตึกเลยนั้นก็คือที่สถานีรถไฟ Kyoto Station นั่นเอง ถ้าใครได้ไปแล้วอยากได้ภาพสวยๆก็ลองไปกันได้ เพราะสะดวกมาก ยิ่งถ้าใครรีบๆไม่มีเวลาแต่อยากถ่ายรูปคู่กับตึกเกียวโตทาวเวอร์เราแนะนำมากสะดวกรวดเร็วได้ภาพสวยให้แวะมาได้ที่สถานีนี้

สถานที่: เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)
ที่อยู่: Japan, 〒600-8216 京都府京都市下京区 烏丸通七条下ル東塩小路町 721-1

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่สถานที่ Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด: : 9.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม : 770 เยน
เบอร์ติดต่อ: +81 75-361-3215

ไหว้พระใหญ่องค์โตที่นารา Japan

นาราเป็นเมืองเล็กที่ติดกับเมืองเกียวโตในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมมาเที่ยวเกียวโตและแวะมาที่นาราเพราะอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นาราจะมีวัดที่ชื่อว่า วัดโทไดจิ Todaiji temple เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มาก และมีที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ยักษ์มาก พระพุทธรูปองค์นี้ทำจากสำริด มีความสูง 16 เมตร มีน้ำหนักถึง 500 ตัน และยังเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

คนไทยเราก็มักจะเรียกว่าพระใหญ่องค์โต แห่งเมืองนารา แน่นอนว่าวัดแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมากราบไหว้สักการะบูชาและเก็บภาพ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับนักแสวงบุญชาวพุทธก็นิยมมาไหว้และพยายามรอดเสาทางด้านซ้ายของพระใหญ่ต้นหนึ่งที่ถูกเจาะรูไว้ โดยรูของเสาดังกล่าวนั้นมีขนาดเท่ากับจมูกของประใหญ่ เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครสามารถรอดผ่านรูนี้ได้ก็จะได้บรรลุนิพาน หรือบ้างก็บอกว่าจะทำให้คำอธิฐานนั้นๆเป็นจริง ทำให้ที่เสาดังกล่าวมักจะมีผู้คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวมายื่นต่อแถวเพื่อให้ได้รอดรูเสาต้นนี้นั่นเอง

สถานที่: วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu Nara Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 25 นาที
เวลาเปิด-ปิด: 8:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม: 500 เยน

โชว์ปลาทูน่ายักษ์ ที่วากายาม่า @Japan

อีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ตลาดปลาวากายาม่า นอกจากกินอาหารทะเลสดๆ ริมทะเลแล้ว ยังมีการแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ ให้ดูแบบตื่นตาตื่นใจมากๆ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมืองวากายาม่า ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่นนี้ เป็นเมืองส่งออกปลาทูน่าอันดับต้นๆของประเทศ ดังนั้นแล้วปลาทูน่าที่วากายาม่า จึงขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมมากๆ ที่ Kuroshio Ichiba Market ตลาดปลาชื่อดังใน Marina City จึงมีการจัดแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

ซึ่งการแสดงนี้จะจัดขึ้นทุกวัน วันละ 3 รอบต่อวัน ใครที่ชอบความตื่นเต้นลองแวะมาได้ บอกได้เลยว่าปลาทูน่าที่นำมาแล่โชว์นั้นตัวใหญ่มากๆ และคนที่แล่เนื้อก็โชว์การแล่ได้อย่างมืออาชีพ ขณะที่มีการโชว์นักท่องเที่ยวที่เดินชมตลาดทั้งหมดจะมายืนดูการแสดงโชว์อย่างคับคั่ง ดังนั้นเรามามีคำแนะนำว่าถ้าตั้งใจจะไปชมโชว์แล่ทูน่ายักษ์อย่าใกล้ชิด ควรดูเวลาที่โชว์เริ่ม แล้วไปยืนรอก่อน 5-10 นาที คุณก็จะได้ยืนดูในตำแหน่งที่เด่นชัดและทำเลดีที่สุด หลังจากโชว์เสร็จสิ้นแล้ว ทางร้านก็จะนำเนื้อปลาทูน่าที่แล่สดๆ มาวางจำหน่ายผู้ที่ชื่นชอบสามารถซื้อกลับไปฝากหรือย่างรับประทานได้ทันที เพราะคุณจะได้ลิ้มรสชาติของเนื้อปลาทูน่ายักษ์ สดๆ ใหม่ๆ เนื้อหวาน อร่อยมากๆเลย จดไว้ในแผนเที่ยวของคุณอีกหนึ่งที่ตามไปเที่ยวกันได้จ้า

สถานที่ : Wakayama Marina City 1527, Kemi, Wakayama-shi, Wakayama-ken, Japan
โทร: 073-448-0300 (Int+81-73-448-0300)

รอบการโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ :
-11.00 น.
-12.30 น.
-15.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี
Website: https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี จาก Wakayamashi Station แล้วต่อรถเมล์ไปลง Marina City สุดสายได้เลย

เดินเล่นชมสวนตามฤดูกาลบนภูเขาทั้งลูก ที่ Nunobiki Herb Garden

ที่เที่ยวอีกหนึ่งความประทับใจที่เมืองโกเบต้องยกให้ Kobe Nunobiki Herb Garden& Ropeway เป็นสถานที่เที่ยวสุดยอดแห่งธรรมชาติมากๆ เพราะหลังจากที่เรานั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นมายังภูเขารอคโคะ(Mount Rokko) แล้วเราจะพบว่าภูเขาทั้งลูกนั้นมีต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาลเต็มไปหมด ได้ยินมาว่าเป็นสวนสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ไม่ว่าจะไปช่วงฤดูไหนๆก็ประทับใจ จะพบดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปีโดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันโชว์ความสวยงาม

ขณะที่บริเวณเรือนกระจกก็มีจัดงานนิทรรศการตามฤดูกาล มีภาพบรรยากาศที่สบายตาสบายใจ มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทั้งเมืองโกเบและท่าเรือ มีกิจกรรมให้คู่รัก ครอบครัวได้ทำ ทั้งเดินเล่น ตีระฆังแห่งรัก รวมไปถึงการนอนเล่นบนเนินเขาชมดอกไม้ ต้นไม้ และกระเช้าลอยฟ้าลอยไปลอยมา บอกได้เลยว่าชิวมากๆ ใครที่คิดจะมาพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ เราแนะนำให้มาที่นี่เลย เรียกได้ว่าอยู่ได้ทั้งวัน เป็นการท่องเที่ยวชมสวนที่เราเดินชมภูเขาทั้งลูกครั้งแรกที่ไม่รู้สึกว่าเมื่อยเลย เพราะเดินได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ มีแต่เรื่องตื่นตาตื่นใจน่าสนใจตลอดทาง ได้เห็นพืชบางชนิดมีลักษณะพิเศษที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บางอย่างก็มีขนาดยักษ์ บางชนิดก็แปลกตา โดยแต่ละต้นจะมีป้ายอธิบายและบอกชื่อของพืชชนิดนั้น ๆ ไว้ นอกจากได้ชมความธรรมชาติ ได้เที่ยวพักผ่อนสบายใจแล้ว ยังได้ความรู้ไปด้วย ถ้าใครได้ไปโกเบแนะนำเลยว่าต้องไป ถ้าไม่ได้ไปถือว่าพลาดมาก ลองไปสัมผัสธรรมชาติอีกแบบที่โกเบแล้วรับลองว่าคุณจะไม่ผิดหวังจริงๆ

สถานที่ : Kobe Nunobiki Herb Garden& Ropeway
ที่อยู่: 1-4-3 Kitanocho, Chuo-ku, Kobe City, Hyogo Prefecture Japan 650-0002
เบอร์ติดต่อ: +81 78-271-1160
เวลาเปิด-ปิด: 9.30 น. – 16.45 น.
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shin-Kobe Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 5-10 นาที สถานี Nunobiki Herb Garden Ropeway จะอยู่ใกล้กับห้าง Shin Kobe Oriental Avenue นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยัง Herb Garden
Website: http://www.japan-ryokan.net/kobeherb/en/index3.html

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑