ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) กับป้ายกูลิโกะยักษ์ @Japan

ใครมาโอซาก้าแล้วไม่ได้มาย่านย่านโดทงโบริ (Dotonbori) นั้นถือว่ามาไม่ถึงโอซาก้านะจะบอกให้ เพราะย่านนี้เป็นย่านใจกลางเมืองโอซาก้าที่มีร้านค้าช้อปปิ้งที่ใหญ่มาก ผู้คนมากมาย เดินกันไม่หยุด ทั้งกลางวันและกลางคืน มีแหล่งรวมร้านอาหารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะ ทาโกยากิ ยากิโซบะ และ เนื้อปูยักษ์ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ห้ามพลาดเลยนะสำหรับขาช้อปและขากินทั้งหลาย

นอกจากนี้การถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะยักษ์ ก็เป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับใครๆที่มาเที่ยวที่โอซาก้า จะต้องถ่ายรูปกับป้ายและชูมือพร้อมกับยกขาขึ้น เป็นเรื่องปกติมากถ้าได้เดินผ่านป้ายจะเป็นผู้คนมาถ่ายรูปกันเต็มไปหมดทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือแม้แต่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองก็ตาม ถ้าได้ไปเที่ยวโอซาก้าก็ห้ามพลาดแวะไปเด็ดขาดนะ

สถานที่ : ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)
ที่อยู่: Dotonbori, Chuo, Osaka, Osaka Prefecture 542-0071, Japan

โชว์ปลาทูน่ายักษ์ ที่วากายาม่า @Japan

อีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ตลาดปลาวากายาม่า นอกจากกินอาหารทะเลสดๆ ริมทะเลแล้ว ยังมีการแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ ให้ดูแบบตื่นตาตื่นใจมากๆ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมืองวากายาม่า ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่นนี้ เป็นเมืองส่งออกปลาทูน่าอันดับต้นๆของประเทศ ดังนั้นแล้วปลาทูน่าที่วากายาม่า จึงขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมมากๆ ที่ Kuroshio Ichiba Market ตลาดปลาชื่อดังใน Marina City จึงมีการจัดแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

ซึ่งการแสดงนี้จะจัดขึ้นทุกวัน วันละ 3 รอบต่อวัน ใครที่ชอบความตื่นเต้นลองแวะมาได้ บอกได้เลยว่าปลาทูน่าที่นำมาแล่โชว์นั้นตัวใหญ่มากๆ และคนที่แล่เนื้อก็โชว์การแล่ได้อย่างมืออาชีพ ขณะที่มีการโชว์นักท่องเที่ยวที่เดินชมตลาดทั้งหมดจะมายืนดูการแสดงโชว์อย่างคับคั่ง ดังนั้นเรามามีคำแนะนำว่าถ้าตั้งใจจะไปชมโชว์แล่ทูน่ายักษ์อย่าใกล้ชิด ควรดูเวลาที่โชว์เริ่ม แล้วไปยืนรอก่อน 5-10 นาที คุณก็จะได้ยืนดูในตำแหน่งที่เด่นชัดและทำเลดีที่สุด หลังจากโชว์เสร็จสิ้นแล้ว ทางร้านก็จะนำเนื้อปลาทูน่าที่แล่สดๆ มาวางจำหน่ายผู้ที่ชื่นชอบสามารถซื้อกลับไปฝากหรือย่างรับประทานได้ทันที เพราะคุณจะได้ลิ้มรสชาติของเนื้อปลาทูน่ายักษ์ สดๆ ใหม่ๆ เนื้อหวาน อร่อยมากๆเลย จดไว้ในแผนเที่ยวของคุณอีกหนึ่งที่ตามไปเที่ยวกันได้จ้า

สถานที่ : Wakayama Marina City 1527, Kemi, Wakayama-shi, Wakayama-ken, Japan
โทร: 073-448-0300 (Int+81-73-448-0300)

รอบการโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ :
-11.00 น.
-12.30 น.
-15.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี
Website: https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี จาก Wakayamashi Station แล้วต่อรถเมล์ไปลง Marina City สุดสายได้เลย

ตั๋วรถ Kansai Thru Pass คนไปญี่ปุ่นแถวคันไซต้องรู้

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลที่จะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแถบคันไซ ที่ประกอบไปด้วยหลายเมืองชื่อดังน่าเที่ยว เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ และวากายาม่า เป็นต้น ต้องไม่พลาดที่จะมาทำความรู้จักตั๋วรถในการเดินทางที่ชื่อว่า Kansai Thru Pass เพราะเจ้าตั๋วชนิดนี้จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยว แล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะหลายแบบ ไปเที่ยวยังแหล่งต่างๆหลายจุด ในย่านคันไซติดกันทั้งแบบ 2 วัน หรือ 3 วันก็ได้

โดย Kansai Thru Pass นั้นมีประโยชน์และคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยอะต่อวัน ต้องแวะไปหลายที่แล้วไม่อยากกังวลเรื่องการซื้อตั๋วรถไฟ รถบัส ใหม่ทุกครั้งต้องมาหยอดเหรียญจ่ายเงินให้ยุ่งยาก Kansai Thru Pass จะตอบโจทย์มากๆ โดย อาจจะมีเงื่อนไขเพียงแค่ไม่สามารถขึ้นรถไฟของ JR ได้เท่านั้น ทางด้านของราคา และจำนวนวันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ก็จะมีความแตกต่างกันดังนี้

Kansai Thru Pass 2 วัน เด็ก ราคา: 2,000 Yen
Kansai Thru Pass 2 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 4,000 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน เด็ก ราคา: 2,600 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 5,200 Yen

ถือได้ว่าราคาไม่แพงเลยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไปหลายที่ต่อวันแล้วขึ้นลงเข้าออกรถขนส่งสาธารณะได้หลายแบบหลายประเภท ลดความยุ่งยากในการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเที่ยว แบบนี้ก็เหมือนเดินทางเหมาไปเลยไม่อั้น ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปย่านคันไซลองพิจารณาดูได้ หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซด์นี้ http://www.surutto.com/tickets/kansai_thru_english.html

เที่ยวป่าไผ่ในเกียวโต (Arashiyama)

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโต Kyoto แถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากมาย ที่เดินทางมาเที่ยวเกียวโตแล้วมักจะแวะมาถ่ายภาพ บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่น เย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีที่เป็นช่วงดอกซากุระบาน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาก็ไม่ยาก เราสามารถนั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Arashiyama Station [Henkyu railway] นอกจากป่าไผ่ที่งดงามแล้วยังมีสะพานชื่อ Togetsukyo ที่อยู่ในระแวกเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชิลๆ ข้ามสะพาน Togetsukyo ไปยังป่าไผ่ได้

ไหว้วัดเจ้าแม่กวนอิมพันองค์ @Japan

ที่เที่ยวในเกียวโตอีกแห่งหนึ่ง ที่เราอยากจะแนะนำให้เขียนไว้ในแผนเที่ยวญี่ปุ่นก็คือ Sanjusangendo Temple หรือ วัดซันจูซันเก็นโด เป็นวัดที่มีการตกแต่งแบบญี่ปุ่นแท้ๆและภายในวัดก็ยังมีเจ้าแม่กวนอิมที่เรียงรายสวยงามถึง 1,001 องค์ ตื่นตาตื่นใจกับนักท่องเที่ยวที่ไปไหว้ขอพรและสักการบูชาอย่างมาก แต่ก็มีข้อห้ามนะว่าห้ามบันทึกภาพเจ้าแม่กวนอิมจำนวน1,001 องค์ ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาต เราจึงไม่ได้เก็บภาพในส่วนนั้นมาฝากนะ

ก็เราจะมีบรรยากาศระหว่างการเดินทางไปและบริเวณรอบๆวัดมาฝากทุกคน โดยภายในวัดยังมีเรื่องราวประวัติความเป็นมารวมถึงรูปปั้นของเทพแต่ละองค์อีกมากมาย ซึ่งมีความน่าสนใจและประทับใจเป็นอย่างมาก เราขอแนะนำเลยว่าถ้าใครกำลังมีแผนพาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวกับแล้วล่ะก็ Sanjusangendo Temple น่าจะเป็นจุดไฮไลท์ประทับใจอย่างแน่นอน ซึ่งช่วงที่เราเดินทางไปนั้น เป็นช่วงฤดูดอกซากุระบานพอดี ดังนั้นระหว่างการเดินทางไปก็จะพบดอกซากุระสวยงาม นอกจากนี้บริเวณรอบๆวัดก็มีการจัดตกแต่งสวนสวยแบบสไตล์ญี่ปุ่น มีความเงียบสงบ เป็นธรรมชาติ มากๆ

สถานที่: Sanjusangendo Temple
ที่อยู่: 657 Sanjūsangendōmawari, Higashiyama-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu 605-0941, Japan

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.
วิธีเดินทางไป: ขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Shichijo Station [Keihan Line] หรือ สถานี Kyoto station แล้วเดินไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน , เด็ก 400 เยน
เบอร์ติดต่อ: +81 75-561-0467

ไปเที่ยว Kinkakuji temple ที่เกียวโตกัน

ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืมแวะไปเที่ยววัดทอง หรือวัด Kinkakuji temple ที่เกียวโต เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีประวัติความเป็นมาและความสวยงามของตัววัดทอง คนที่ไปต่างก็ประทับใจกับการเดินชมบริเวณรอบๆวัด และได้ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ เพราะเราสามารถเที่ยว Kinkakuji temple ได้ทุกฤดู โดยแต่ละฤดูก็จะมีความสวยงามต่างกัน เช่นฤดูหนาวก็จะเห็นหิมะปกคลุมตัววัดสีทอง แต่ถ้าฤดูใบไม้สีแดงก็จะเห็นสีของวัดทองตัดกับเหล่าใบไม้สีแดง และถ้าในช่วงซากุระก็จะเห็นความอ่อนโยนของสีดอกซากุระที่ดูอบอุ่นไปกับวัดสีทอง นอกจากนี้มีหลายคนพูดว่า วัด Kinkakuji นั้นเป็นวัดของท่านโชกุนในการ์ตูนอิกคิวซังด้วยด้วยนะ

สำหรับด้านการเดินทางนั้นถ้าใครมาจากวัด Ginkakuji ให้ขึ้นรถบัสที่ป้าย Ginkakuji-michi สาย 102, 204 แล้วไปลงที่ป้าย Kinkakuji-michi

ค่าเข้าชมในวัดทอง 400 เยน ต่อคน

รีวิวโรงแรมที่โอซาก้าน่าพักที่สุด (APA Hotel)

ญี่ปุ่นเป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่เชื่อว่าหลายคนอยากไป หรือควรจะต้องไปนั่นเอง แต่รอบนี้เราไปแถวคันไซ ใจกลางการท่องเที่ยวจุดหมายของนักเดินทางก็ต้องที่โอซาก้า ปัจจัยสำหรับการท่องเที่ยวก็คือที่พัก เราเลือกที่พักแบบโรงแรมเนื่องจากสะดวกสบาย ทั้งการเดินทางและอาหาร โดยโรงแรมที่เราได้ไปพักชื่อว่า APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ตั้งอยู่ติดสถานี Higobashi Station ทางออก 3 เลย สะดวกมากๆ แค่การเดินทางก็ประทับใจแล้ว คิดดูว่าการไปเที่ยวเราก็เดินเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ดังนั้นที่พักที่ใกล้สถานีรถไฟคือสิ่งที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย เช่น

-ฝากกระเป๋าได้
-มีลิฟท์ ที่จอดรถ
-มี Wifi ฟรี
-ตู้เย็น
-ทีวี นาฬิกาปลุก โคมไฟ

-ไดร์เป่าผม
-มีสถานที่ให้อาบน้ำอุ่นแช่ออนเซ็นด้วย

-มีของใช้ในห้องฟรี อุปกรณ์ครบ ผ้าเช็ดตัว แปรงฟัน ครีม ยาสระผม สบู่ รองเท้า ทางโรงแรมจัดให้หมด

-มีอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 7.00 น.- 10.00น. แล้วอาหารดีมีคุณภาพให้เราเลือกถึง 2 ร้าน คืออาหารนานาชาติ จะอยู่ชั้น 2F ชื่อว่า LA-VERANDA และ อาหารเวียดนาม จะอยู่ชั้น 30F ชื่อว่า Chao-Saigou อย่างไรก็ตามเค้าจะระบุข้อมูลไว้ในคูปองอาหารเช้า เดี๋ยวดูในภาพได้

-มีชุดให้และเตียงเราสามรถเลือกได้ว่าจะเอาเตียง คู่ หรือเตียงเดี่ยว

รอบนี้เราไปพักที่ APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ถึง 9 คืน บอกเลยว่าประทับใจมากๆ พนักงานบริการดี ทุกวันที่เราออกจากห้องเราสามารถแขวนป้ายไว้ได้ว่าจะให้เค้ามาทำความสะอาดให้ไหมแต่ละวัน อย่างเราแขวนทุกวันเค้าก็จะจัดห้องให้เราทุกวัน แถมช่วงที่เราไปน่าจะเป็นช่วงเทศการสันติภาพ ดังนั้นทุกครั้งเค้าจะวางนกกระเรียงพับไว้ให้เราด้วย บอกเลยว่าถ้าไปอีก APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี ใครสนใจก็ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ สำหรับเราเราจองที่พักผ่านเวป Agoda และเราก็โชคดีมาก ตอนเราจองโรงแรมเราได้ ดีลพิเศษพอดี ทำให้ได้พักในราคาที่ถูกมากๆเลยนะสำหรับเราคิดแล้วตกคืน ละพันกว่าบาทเอง สำหรับ 2 คน คิดดูถูกมากๆ ใครสนใจไปส่องราคาได้ (แต่ก็ถือว่าเป็นเคสหายากนะที่จะได้ราคานี้ ลองลุ้นเอาจ้า)

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑