บรรยากาศ ห้างร้าน ผู้คนใจกลางโอซาก้า

หลังจากที่แนะนำจุดท่องเที่ยวหลายที่ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว ครั้งนี้จึงเก็บภาพทั่วไปในเมืองโอซาก้ามาฝากด้วยโดยเป็นภาพบรรยากาศ ณ ใจกลางเมืองโอซาก้าทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าในห้าง ถนนตามแยกต่างๆ ได้เห็นถึงภาพความมีมิติการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นกลางเมือง มุมมองในเมือง การยืนรอสัญญาณไฟจราจรขณะข้ามถนน ทุกคนจะมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

และจากการสังเกตของเรา พบว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่มีสะพานลอยแบบบ้านเรา แต่จะมีทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟจราจรแทน ถึงแม้จะมีเพียงแค่ทางม้าลายแต่กลับมีอุบัติเหตุน้อยมาก เนื่องจากทุกคนมีวินัย ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจร คนขับรถจะให้เกียรติคนเดินทางเท้าและคนปั่นจักรยานเป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นกลางเมืองใหญ่รถเยอะคนเยอะแค่ไหน ก็ทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัยในการใช้ชีวิตขณะการเดินข้ามถนน มีการจัดการที่ดีเนื่องมาจากผลของความมีวินัยนั่นเอง ไม่แปลกใจที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักนิยมไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น นอกเหนือจากอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ผู้คนชาวญี่ปุ่นยังน่ารักอีกด้วย ไปชมภาพกันเลย

ไปกิน Kannonya Cheese Cake ที่โกเบกัน @Japan

เมืองโกเบ นอกจากขึ้นชื่อในเรื่องเรื่องเนื้อวัวสุดเลิศรสแล้วยังมีของอร่อยอีกหลายอย่างมากมาย ซึ่งวันนี้เราขอแนะนำ ชีสโกเบ ยิ่งถ้าใครได้มาเที่ยว ย่านโกเบฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) อย่าลืมแวะมาชิมชีสเค้กที่ร้าน Kannonya Cheese Cake เพราะร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในด้านชีสเค้กและขนมหวานอันดับต้นๆแห่งเมืองโกเบเลย ซึ่งเราก็ได้แวะไปชิมมา บอกได้เลยว่าอร่อยมากจริงๆ โดยเฉพาะชีสเค้กที่นี่อร่อยสมคำล่ำลือ ชีสมีลักษณะนุ่มๆยืดๆ สุดๆไปเลยคอชีสห้ามพลาดเลยล่ะ ตามลายแทงไปได้เลยด้านล่าง ใครจะไปโกเบจดใส่แผนเที่ยวไว้ได้เลย

สถานที่ : Kannonya Cheese Cake Harborland
ที่อยู่ : Japan, 〒650-0044 Hyōgo Prefecture, Kobe, Chuo, Higashikawasakicho, 1−6−1 ウミエ モザイク
เบอร์ติดต่อ : +81 78-360-1537
Website : http://www.kannonya.co.jp/index.php

สนามบิน Kansai ที่ญี่ปุ่น

หลังจากเลือกมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในเขตคันไซ (Kansai) เราก็เลยบินตรงจากรุงเทพฯมาลงที่สนามบินคันไซเลย ดังนั้นวันนี้จะมารีวิวสนามบินคันไซแบบคร่าวๆให้ดูกัน ที่สนามบินแห่งนี้เมื่อเราบินมาถึงแล้วเราจะต้องนั่งรถไฟภายในสนามบินออก Terminal 2 ไปยัง Terminal 1 เพื่อไปเอากระเป๋าสัมภาระและตรวจคนเข้าเมืองซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เมื่อออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินแล้วถ้าใครจะเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ สามารถไปขึ้นรถไฟได้ที่ Terminal 1 ชั้น 2 ซึ่งจะติดกับชั้นขาออกภายในประเทศ หรือสามารถดูแผนที่ของทางสนามบินคันไซได้ที่นี่ https://www.kansai-airport.or.jp/en/map/

แอบส่องกิจกรรมคนญี่ปุ่นในวันหยุด

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สะอาด สงบและเรียบร้อย ครั้งนี้เราได้ไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ก่อนขึ้นไปเที่ยวยังปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ได้แอบเห็นกิจกรรมของชาวญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดดูแล้วอบอุ่นมาก เลยเก็บภาพมาฝาก

ที่นี่มีคนญี่ปุ่นทุกวัยเลยที่ออกมาพักผ่อนกันในยามวันหยุดและทำกิจกรรมร่วมกันมากมาย เช่น ผู้สูงอายุก็จะเดินเล่นในสวนออกกำลังกายกันไป เด็กวัยรุ่นก็จะมารวมกลุ่มกันเล่นดนตรีบ้าง ทานอาหารใต้ต้นไม้ ถ่ายรูป กั่นจักรยาน หรือแม้แต่ครอบครัวก็พาลูกหลานมาปิกนิก และ พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น เป็นต้น บอกได้เลยว่า บรรยากาศชิลมากจริงๆ ในการเดินเล่นในสวนช่วงวันหยุดและดอกซากุระบานแบบนี้ ไปชมภาพกัน

ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine) ยามค่ำคืนที่ญี่ปุ่น

ใครที่ไปเที่ยวเกียวโตแล้วส่วนใหญ่จะต้องแวะไปศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก (Fushimi Inari Shrine)ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่นักท่องเที่ยวทุกรายต้องไปเยือน ไปเดินเยี่ยมชมและถ่ายรูปกับเสาสีแดงเรียงรายขึ้นไปภูเขา และเชื่อว่าภาพถ่ายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายคนจะต้องมีถ่ายรูปคู่กับเสาสีแดงแน่นอน สำหรับศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ Fushimi Inari Shrine นั้นตั้งอยู่ ใกล้กับสถานีรถไฟ Fushimi Inari เดินทางง่ายสะดวก และที่สำคัญคือเข้าชมฟรี

งานนี้เราเลยแวะไปเที่ยวบ้างแต่ขอแหวกแนวไปยามค่ำคืนแทน แล้วก็ได้ภาพศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ ตอนกลางคืนที่ดูขลังไปอีกแบบและเชื่อไหมว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นไปเยี่ยมชมในยามค่ำคืน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มเลือกจะไปถ่ายรูปตอนกลางคืนเช่นเดียวกัน ถ้าใครสนใจก็ไปกันได้ตามรายละเอียดด้านล่างเช่นเดิม แต่ใครจะไปตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ได้รูปสวยต่างกันออกไป
การเดินทาง : ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงอยู่ด้านหน้าสถานี JR Inari ในสาย JR Nara Line หรือจะเดินจากสถานีรถไฟ Fushimi Inari ของสาย Keihan Main Line ก็ได้เหมือนกัน

Website: http://inari.jp/
ค่าเข้าชม: ฟรี

บรรยากาศโดยรอบปราสาทโอซาก้า

ถ้าใครไปเที่ยวโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นต้องได้แวะไปเที่ยวปราสาทโอซาก้าอย่างแน่นอน เพราะปราสาทโอซาก้า หรือ Osaka Castle ถือเป็น Land Mark ที่สำคัญของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้ โดยปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้มาเยี่ยมชม ซึ่งเราได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวเช่นกันจึงเก็บภาพ บรรยากาศโดยรอบระหว่างเดินทางขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทโอซาก้ามาฝาก เพราะหลายคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะคิดว่า ปราสาทโอซาก้าที่ไปเที่ยวกัน น่าจะติดรถไฟใกล้นิดเดียว เลยเขียนแผนเที่ยวเผื่อเวลาไว้แบบนิดเดียว แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าคุณอยากจะไปให้ถึงปราสาทโอซาก้าจริงๆดื่มด่ำบรรยากาศโดยรอบ อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะเอาง่ายๆ กว่าจะเดินทางจากรถไฟและสวนด้านล่าง ขึ้นไปยังปราสาทก็ใช้เวลาพอควรแล้ว แล้วถ้าใครมาหน้าร้อนแบบเราก็จะร้อนหน่อยๆนะถือว่ามาออกกำลังกายละกัน

ที่บริเวณโดยรอบมีขนาดกว้าง และที่ตั้งของปราสาทโอซาก้าก็จะอยู่สูง เพราะเป็นทำเลที่ตั้งและกลยุทธ์ของการรบในสมัยโบราณที่สร้างปราสาทไว้สูง เพื่อเป็นจุดแข็งถ้าหากมีการรบ หรือมีสงคราม ที่ตั้งแบบนี้จะได้เปรียบนั่นเอง สำหรับบรรยากาศโดยรอบปราสาทโอซาก้าในวันพักผ่อนก็จะมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ต่างมาเที่ยวชม และพักผ่อน รวมถึงมีร้านค้าขายของมากมายน่าสนใจมากไปชมภาพกัน

สถานที่: ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
ที่อยู่: 1-1 Osakajo, Chuo, Osaka, Osaka Prefecture 540-0002, Japan

วิธีเดินทาง : ลงรถไฟสถานี Osaka Business Park Station แล้วเดินต่อไปอีก 10-15 นาที
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 540 เยน
เบอร์ติดต่อ: : +81 6-6941-3044

ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) กับป้ายกูลิโกะยักษ์ @Japan

ใครมาโอซาก้าแล้วไม่ได้มาย่านย่านโดทงโบริ (Dotonbori) นั้นถือว่ามาไม่ถึงโอซาก้านะจะบอกให้ เพราะย่านนี้เป็นย่านใจกลางเมืองโอซาก้าที่มีร้านค้าช้อปปิ้งที่ใหญ่มาก ผู้คนมากมาย เดินกันไม่หยุด ทั้งกลางวันและกลางคืน มีแหล่งรวมร้านอาหารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะ ทาโกยากิ ยากิโซบะ และ เนื้อปูยักษ์ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ห้ามพลาดเลยนะสำหรับขาช้อปและขากินทั้งหลาย

นอกจากนี้การถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะยักษ์ ก็เป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับใครๆที่มาเที่ยวที่โอซาก้า จะต้องถ่ายรูปกับป้ายและชูมือพร้อมกับยกขาขึ้น เป็นเรื่องปกติมากถ้าได้เดินผ่านป้ายจะเป็นผู้คนมาถ่ายรูปกันเต็มไปหมดทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือแม้แต่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเองก็ตาม ถ้าได้ไปเที่ยวโอซาก้าก็ห้ามพลาดแวะไปเด็ดขาดนะ

สถานที่ : ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)
ที่อยู่: Dotonbori, Chuo, Osaka, Osaka Prefecture 542-0071, Japan

นั่งกระเช้าลอยฟ้าไปชมสวนสมุนไพรที่โกเบ

หลายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยๆ แวะกินเนื้อ ชิมชีสที่โกเบเป็นประจำ อาจจะยังไม่รู้ว่า เมืองโกเบนอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องเนื้อแสนอร่อย ที่เที่ยวท่าเรือต่างๆแล้ว ยังมีสวนสมุนไพรบนภูเขาที่สวยงาม เป็นที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งความตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมสิ่งแรกก็คือการได้นั่งกระเช้าลอยฟ้าจากด้านล่างขึ้นไปบนภูเขานั่นเอง โดยกระเช้าที่นั่งขึ้นไปเรียกว่า กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ Shin-Kobe Ropeway เป็นกระเช้าขนาดกลางไม่ใหญ่มาก มีความเป็นส่วนตัวมาก เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแค่คนที่เราต้องการได้ ไม่ต้องนั่งปะปนกับคนนอก ซึ่งเราถือว่า Private ดีสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ระหว่างทางการนั่งกระเช้า เราก็จะสามารถมองเห็นวิวรอบตัวเมืองโกเบ และภูเขารอคโคะ(Mount Rokko) ที่มีแหล่งธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำตกต่างๆ และถ้ามาช่วงดอกซากุระบาน ก็จะเห็นดอกซากุระเต็มต้นเป็นหย่อม สีขาว สีชมพู สบายตามากๆ สำหรับการนั่งกระเช้าลอยฟ้าเพื่อขึ้นไปยังสวนสมุนไพรนั้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่พอถึงเวลานั่งจริงๆแล้ว 20 นาทีนี่แปบเดียวมากจริงๆ ไม่ทันจะถ่ายรูปถ่ายวีดิโอเสร็จ ก็ถึงซะแล้ว เพราะฉะนั้นก็เตรียมใจกันไว้ถ้าอยากจะถ่ายรูปเก็บภาพ บรรยากาศระหว่างนั่งกระเช้าแนะนำว่า ทำกันอย่างว่องไว แต่ถ้าขาขึ้นไม่ทันจริงๆ ก็สามารถเก็บภาพกันต่อได้ตอนขาลงนะ ใครสนใจก็แวะไปได้ถ้ามีแผนจะไปเที่ยวโกเบเราแนะนำ

สถานที่ :กระเช้าลอยฟ้าชินโกเบ Shin-Kobe Ropeway
ที่อยู่: Japan, 〒650-0002 Hyōgo-ken, Kōbe-shi, Chūō-ku, Kitanocho, Yamagōri−1−4−3

เบอร์ติดต่อ: +81 78-271-1160
เวลาเปิด-ปิด: 9.30 น. – 16.45 น.
ค่าเข้าชม: นั่งไป-กลับ สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 1,260 เยน
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shin-Kobe Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 5-10 นาที สถานี Nunobiki Herb Garden Ropeway จะอยู่ใกล้กับห้าง Shin Kobe Oriental Avenue
Website: http://www.japan-ryokan.net/kobeherb/en/index1.html

เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)

เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower) เป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น เพราะตึกแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของเมืองเกียวโต เนื่องจากมีความสูงอยู่ที่ 131 เมตร โดยถือได้ว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในเกียวโตก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาเยี่ยมชมเกียวโตทาวเวอร์โดยขึ้นไปยังจุดชมวิว ด้วยความที่เป็นตึกที่สูงที่สุดในเกียวโตจึงทำให้สามารถมองเห็นวิวต่างๆได้แบบ 360 องศสไปทั่วเมืองเกียวโต นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวก็นิยมถ่ายภาพคูกับเกียวโตทาวเวอร์ก่อนกลับ ซึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและวิเคราะห์กันแล้วว่าถ่ายรูปออกมาสวยเห็นทั้งยอดตึกเลยนั้นก็คือที่สถานีรถไฟ Kyoto Station นั่นเอง ถ้าใครได้ไปแล้วอยากได้ภาพสวยๆก็ลองไปกันได้ เพราะสะดวกมาก ยิ่งถ้าใครรีบๆไม่มีเวลาแต่อยากถ่ายรูปคู่กับตึกเกียวโตทาวเวอร์เราแนะนำมากสะดวกรวดเร็วได้ภาพสวยให้แวะมาได้ที่สถานีนี้

สถานที่: เกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower)
ที่อยู่: Japan, 〒600-8216 京都府京都市下京区 烏丸通七条下ル東塩小路町 721-1

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่สถานที่ Kyoto Station
เวลาเปิด-ปิด: : 9.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม : 770 เยน
เบอร์ติดต่อ: +81 75-361-3215

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑