ไหว้พระใหญ่องค์โตที่นารา Japan

นาราเป็นเมืองเล็กที่ติดกับเมืองเกียวโตในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมมาเที่ยวเกียวโตและแวะมาที่นาราเพราะอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นาราจะมีวัดที่ชื่อว่า วัดโทไดจิ Todaiji temple เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มาก และมีที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ยักษ์มาก พระพุทธรูปองค์นี้ทำจากสำริด มีความสูง 16 เมตร มีน้ำหนักถึง 500 ตัน และยังเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

คนไทยเราก็มักจะเรียกว่าพระใหญ่องค์โต แห่งเมืองนารา แน่นอนว่าวัดแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมากราบไหว้สักการะบูชาและเก็บภาพ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับนักแสวงบุญชาวพุทธก็นิยมมาไหว้และพยายามรอดเสาทางด้านซ้ายของพระใหญ่ต้นหนึ่งที่ถูกเจาะรูไว้ โดยรูของเสาดังกล่าวนั้นมีขนาดเท่ากับจมูกของประใหญ่ เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครสามารถรอดผ่านรูนี้ได้ก็จะได้บรรลุนิพาน หรือบ้างก็บอกว่าจะทำให้คำอธิฐานนั้นๆเป็นจริง ทำให้ที่เสาดังกล่าวมักจะมีผู้คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวมายื่นต่อแถวเพื่อให้ได้รอดรูเสาต้นนี้นั่นเอง

สถานที่: วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kintetsu Nara Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 25 นาที
เวลาเปิด-ปิด: 8:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม: 500 เยน

โชว์ปลาทูน่ายักษ์ ที่วากายาม่า @Japan

อีกหนึ่งไฮไลท์ ที่ตลาดปลาวากายาม่า นอกจากกินอาหารทะเลสดๆ ริมทะเลแล้ว ยังมีการแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ ให้ดูแบบตื่นตาตื่นใจมากๆ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมืองวากายาม่า ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่นนี้ เป็นเมืองส่งออกปลาทูน่าอันดับต้นๆของประเทศ ดังนั้นแล้วปลาทูน่าที่วากายาม่า จึงขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมมากๆ ที่ Kuroshio Ichiba Market ตลาดปลาชื่อดังใน Marina City จึงมีการจัดแสดงโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

ซึ่งการแสดงนี้จะจัดขึ้นทุกวัน วันละ 3 รอบต่อวัน ใครที่ชอบความตื่นเต้นลองแวะมาได้ บอกได้เลยว่าปลาทูน่าที่นำมาแล่โชว์นั้นตัวใหญ่มากๆ และคนที่แล่เนื้อก็โชว์การแล่ได้อย่างมืออาชีพ ขณะที่มีการโชว์นักท่องเที่ยวที่เดินชมตลาดทั้งหมดจะมายืนดูการแสดงโชว์อย่างคับคั่ง ดังนั้นเรามามีคำแนะนำว่าถ้าตั้งใจจะไปชมโชว์แล่ทูน่ายักษ์อย่าใกล้ชิด ควรดูเวลาที่โชว์เริ่ม แล้วไปยืนรอก่อน 5-10 นาที คุณก็จะได้ยืนดูในตำแหน่งที่เด่นชัดและทำเลดีที่สุด หลังจากโชว์เสร็จสิ้นแล้ว ทางร้านก็จะนำเนื้อปลาทูน่าที่แล่สดๆ มาวางจำหน่ายผู้ที่ชื่นชอบสามารถซื้อกลับไปฝากหรือย่างรับประทานได้ทันที เพราะคุณจะได้ลิ้มรสชาติของเนื้อปลาทูน่ายักษ์ สดๆ ใหม่ๆ เนื้อหวาน อร่อยมากๆเลย จดไว้ในแผนเที่ยวของคุณอีกหนึ่งที่ตามไปเที่ยวกันได้จ้า

สถานที่ : Wakayama Marina City 1527, Kemi, Wakayama-shi, Wakayama-ken, Japan
โทร: 073-448-0300 (Int+81-73-448-0300)

รอบการโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์ :
-11.00 น.
-12.30 น.
-15.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี
Website: https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี จาก Wakayamashi Station แล้วต่อรถเมล์ไปลง Marina City สุดสายได้เลย

ร้าน Chiso Zanmai บุฟเฟต์ ขาปูโอซาก้า ที่ญี่ปุ่น

ใครที่มาเที่ยวโอซาก้าแล้วกำลังมองหาร้านหรูๆ อาหารอร่อยๆ คุณภาพดีมากๆ แล้วล่ะก็แวะมาลองร้าน Chiso Zanmai กันได้เพราะที่นี่ มีอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะอาหารทะเลมากมาย ทั้งสดใหม่และเป็นสไตล์บุฟเฟต์ด้วยเรียกได้ว่าสายแข็งคอกินจุนั้นทั้งอิ่มทั้งคุ้มกันไปเลย โดยร้าน Chiso Zanmai ตั้งอยู่ใน ห้างไดมารู Daimaru Umeda ชั้น 14 ถือได้ว่าอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้าเลยล่ะ เดินทางสะดวกด้วย ซึ่งรอบนี้เราก็ได้แวะไปลองชิมมาด้วย บอกได้เลยว่าฟินสุดๆ จนเกือบลืมถ่ายรูปมาเลยโดยเฉพาะขาปูยักษ์นะ กินเท่าไหร่ก็ได้ไม่อั้นมีเติมตลอดเวลา อยากให้ทุกคนได้ลองไป ภาพที่ถ่ายมาอาจจะดูน้อยนิดเพราะมัวแต่กินเพลิน เลยเอาภาพหน้าร้านมาฝากด้วย ใครสนใจตามลายแทงด้านล่างโลด

เวลาเปิดปิด : 11:00 a.m. – 11:00 p.m.
ร้านอาหารประเภท : Buffet Restaurant
Website: http://www.daimaru.co.jp.e.md.hp.transer.com/umedamise/restaurant/U-14-02.html

วิธีเดินทาง: ลงที่ Umeda Station เดินมาขึ้นลิฟท์ฝั่งตรงข้ามทางเข้าโรงแรม Hotel Grandvia Osaka กดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 14 เดินหาชื่อร้าน Chiso Zanmai

เดินเล่นชมสวนตามฤดูกาลบนภูเขาทั้งลูก ที่ Nunobiki Herb Garden

ที่เที่ยวอีกหนึ่งความประทับใจที่เมืองโกเบต้องยกให้ Kobe Nunobiki Herb Garden& Ropeway เป็นสถานที่เที่ยวสุดยอดแห่งธรรมชาติมากๆ เพราะหลังจากที่เรานั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นมายังภูเขารอคโคะ(Mount Rokko) แล้วเราจะพบว่าภูเขาทั้งลูกนั้นมีต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาลเต็มไปหมด ได้ยินมาว่าเป็นสวนสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ไม่ว่าจะไปช่วงฤดูไหนๆก็ประทับใจ จะพบดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปีโดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันโชว์ความสวยงาม

ขณะที่บริเวณเรือนกระจกก็มีจัดงานนิทรรศการตามฤดูกาล มีภาพบรรยากาศที่สบายตาสบายใจ มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทั้งเมืองโกเบและท่าเรือ มีกิจกรรมให้คู่รัก ครอบครัวได้ทำ ทั้งเดินเล่น ตีระฆังแห่งรัก รวมไปถึงการนอนเล่นบนเนินเขาชมดอกไม้ ต้นไม้ และกระเช้าลอยฟ้าลอยไปลอยมา บอกได้เลยว่าชิวมากๆ ใครที่คิดจะมาพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ เราแนะนำให้มาที่นี่เลย เรียกได้ว่าอยู่ได้ทั้งวัน เป็นการท่องเที่ยวชมสวนที่เราเดินชมภูเขาทั้งลูกครั้งแรกที่ไม่รู้สึกว่าเมื่อยเลย เพราะเดินได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อ มีแต่เรื่องตื่นตาตื่นใจน่าสนใจตลอดทาง ได้เห็นพืชบางชนิดมีลักษณะพิเศษที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บางอย่างก็มีขนาดยักษ์ บางชนิดก็แปลกตา โดยแต่ละต้นจะมีป้ายอธิบายและบอกชื่อของพืชชนิดนั้น ๆ ไว้ นอกจากได้ชมความธรรมชาติ ได้เที่ยวพักผ่อนสบายใจแล้ว ยังได้ความรู้ไปด้วย ถ้าใครได้ไปโกเบแนะนำเลยว่าต้องไป ถ้าไม่ได้ไปถือว่าพลาดมาก ลองไปสัมผัสธรรมชาติอีกแบบที่โกเบแล้วรับลองว่าคุณจะไม่ผิดหวังจริงๆ

สถานที่ : Kobe Nunobiki Herb Garden& Ropeway
ที่อยู่: 1-4-3 Kitanocho, Chuo-ku, Kobe City, Hyogo Prefecture Japan 650-0002
เบอร์ติดต่อ: +81 78-271-1160
เวลาเปิด-ปิด: 9.30 น. – 16.45 น.
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shin-Kobe Station แล้วเดินไปอีกประมาณ 5-10 นาที สถานี Nunobiki Herb Garden Ropeway จะอยู่ใกล้กับห้าง Shin Kobe Oriental Avenue นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยัง Herb Garden
Website: http://www.japan-ryokan.net/kobeherb/en/index3.html

เส้นทางดอกซากุระ

เส้นทางดอกซากุระ หรือ ทางเดินนักปราชญ์แห่งเกียวโต (Kyoto Philosopher’s Path) เป็นเส้นทางเดินชมดอกซากุระทั้งแถบ ถ้านักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยื่อนเส้นทางแห่งนี้ในยามดอกซากุระบานสะพรั่ง คุณจะสัมผัสได้ถึงความสวยงามที่ยากเกินจะบรรยาย ความเป็นธรรมชาติ ความอ่อนโยน นึกถึงเวลาเราดูการ์ตูนแล้ว บรรยากาศฟรุ้งฟริ้ง มีดอกซากุระบาน รอบๆตัวเรา แบบนั้นเลย

แต่เป็นของจริง แถมระหว่างการเดินทางก็จะมีบางต้นที่ดอกซากุระปลิวร่วงหล่นลงมาบ้างตามธรรมชาติ ทุกอย่างดูสมบูรณ์มากๆ นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นยังเส้นทางแห่งนี่ในช่วงเทศกาลซากุระเป็นจำนวนมาก และกิจกรรมยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวก็คือ การถ่ายภาพ เก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะเชื่อเถอะว่าทุกคนที่มาต้องหยิบกล้อง หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอย่างแน่นอน เพราะทนความสวยงามของเหล่าดอกซากุระไม่ไหว ต่อให้ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่รับรองว่า ถ่ายมุมไหนๆ ก็ออกมาสวยแบบมืออาชีพ เพราะเส้นทางซากุระนี้มันสวยในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าใครมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงดอกซากุระบานครั้งต่อไปที่เกียวโต แนะนำว่าห้ามพลาดเด็ดขาดกับทางเดินนักปราชญ์(Philosopher’s Path) แห่งนี้ เพราะต้องเป็นหนึ่งในแผนเที่ยวที่สำคัญที่คุณต้องบันทึกไว้

สถานที่: ทางเดินนักปราชญ์แห่งเกียวโต (Kyoto Philosopher’s Path)
ที่อยู่: Tetsugaku-no-michi Sakyō-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu Japan
วิธีเดินทาง: ขึ้นรถเมล์สาย 204 จากสถานี Daitokuji มาที่สถานี Ginkakuji-michi

ตั๋วรถ Kansai Thru Pass คนไปญี่ปุ่นแถวคันไซต้องรู้

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลที่จะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแถบคันไซ ที่ประกอบไปด้วยหลายเมืองชื่อดังน่าเที่ยว เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ และวากายาม่า เป็นต้น ต้องไม่พลาดที่จะมาทำความรู้จักตั๋วรถในการเดินทางที่ชื่อว่า Kansai Thru Pass เพราะเจ้าตั๋วชนิดนี้จะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยว แล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะหลายแบบ ไปเที่ยวยังแหล่งต่างๆหลายจุด ในย่านคันไซติดกันทั้งแบบ 2 วัน หรือ 3 วันก็ได้

โดย Kansai Thru Pass นั้นมีประโยชน์และคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยอะต่อวัน ต้องแวะไปหลายที่แล้วไม่อยากกังวลเรื่องการซื้อตั๋วรถไฟ รถบัส ใหม่ทุกครั้งต้องมาหยอดเหรียญจ่ายเงินให้ยุ่งยาก Kansai Thru Pass จะตอบโจทย์มากๆ โดย อาจจะมีเงื่อนไขเพียงแค่ไม่สามารถขึ้นรถไฟของ JR ได้เท่านั้น ทางด้านของราคา และจำนวนวันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ก็จะมีความแตกต่างกันดังนี้

Kansai Thru Pass 2 วัน เด็ก ราคา: 2,000 Yen
Kansai Thru Pass 2 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 4,000 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน เด็ก ราคา: 2,600 Yen
Kansai Thru Pass 3 วัน ผู้ใหญ่ ราคา: 5,200 Yen

ถือได้ว่าราคาไม่แพงเลยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไปหลายที่ต่อวันแล้วขึ้นลงเข้าออกรถขนส่งสาธารณะได้หลายแบบหลายประเภท ลดความยุ่งยากในการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเที่ยว แบบนี้ก็เหมือนเดินทางเหมาไปเลยไม่อั้น ถ้าใครกำลังวางแผนจะไปย่านคันไซลองพิจารณาดูได้ หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซด์นี้ http://www.surutto.com/tickets/kansai_thru_english.html

ไปกินอาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดปลาวากายาม่า @Japan กัน!!

เมืองวากายาม่า (Wakayama) เป็นเมืองที่อยู่ในแถบคันไซประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวหลายคนอาจจะยังไม่เคยไป เพราะส่วนใหญ่ถ้าคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นในแถบคันไซก็มักจะไปเที่ยวที่โอซาก้าและเกียวโตมากกว่า แต่ความจริงแล้วแถบคันไซนี้ยังมีเมืองน่ารักๆ และน่าสนใจอีกหลายเมืองอย่างเช่นที่เมืองวากายาม่า (Wakayama) ก็เช่นกัน

รู้ไหมว่า วากายาม่ายังเป็นเมืองที่ส่งออกปลาทูน่าอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเลยนะ แถมยังมีตลาดปลาที่เราอยากแนะนำให้มาลองชิมอาหารทะเลสดๆกัน ที่ Kuroshio Ichiba Market ตลาดปลาชื่อดังใน Marina City ในตลาดจะมีขายอาหารทะเลสดๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อแล้วนำมาย่างได้ทันที ความพิเศษของตลาดอยู่ตรงที่ เค้ามีบริการพื้นที่เตาให้เราใช้บริการได้ฟรี เหมือนร้านอาหารเลย มีพนักงานมาคอยจุดไฟให้ บริการดีมากๆ ไม่ว่าเราจะซื้ออาหารทะเลร้านไหนก็มาใช้เตาย่างได้หมดเลย ดีมากๆ แถมอาหารทะเลก็สดใหม่อร่อยสุดๆไปเลย นอกจากนี้ใน Wakayama Marina City ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆอีกมากทั้งแช่น้ำร้อน โซนหมู่บ้านผลไม้ และต่างๆ อีกมากมาย ใครไปญี่ปุ่นถ้ามีโอกาสก็ลองแวะไปชิมอาหารทะเลกันได้ เดี๋ยวทิ้งลายแทงไว้ให้ด้านล่างเช่นเคย

สถานที่ : Wakayama Marina City 1527, Kemi, Wakayama-shi, Wakayama-ken, Japan
โทร: 073-448-0300 (Int+81-73-448-0300)
Website: https://www.marinacity.com/eng/ichiba/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี จาก Wakayamashi Station แล้วต่อรถเมล์ไปลง Marina City สุดสายได้เลย

เที่ยวป่าไผ่ในเกียวโต (Arashiyama)

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโต Kyoto แถบคันไซ ประเทศญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากมาย ที่เดินทางมาเที่ยวเกียวโตแล้วมักจะแวะมาถ่ายภาพ บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่น เย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีที่เป็นช่วงดอกซากุระบาน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ สำหรับการเดินทางมาก็ไม่ยาก เราสามารถนั่งรถไฟมาลงที่ สถานี Arashiyama Station [Henkyu railway] นอกจากป่าไผ่ที่งดงามแล้วยังมีสะพานชื่อ Togetsukyo ที่อยู่ในระแวกเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชิลๆ ข้ามสะพาน Togetsukyo ไปยังป่าไผ่ได้

ไหว้วัดเจ้าแม่กวนอิมพันองค์ @Japan

ที่เที่ยวในเกียวโตอีกแห่งหนึ่ง ที่เราอยากจะแนะนำให้เขียนไว้ในแผนเที่ยวญี่ปุ่นก็คือ Sanjusangendo Temple หรือ วัดซันจูซันเก็นโด เป็นวัดที่มีการตกแต่งแบบญี่ปุ่นแท้ๆและภายในวัดก็ยังมีเจ้าแม่กวนอิมที่เรียงรายสวยงามถึง 1,001 องค์ ตื่นตาตื่นใจกับนักท่องเที่ยวที่ไปไหว้ขอพรและสักการบูชาอย่างมาก แต่ก็มีข้อห้ามนะว่าห้ามบันทึกภาพเจ้าแม่กวนอิมจำนวน1,001 องค์ ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาต เราจึงไม่ได้เก็บภาพในส่วนนั้นมาฝากนะ

ก็เราจะมีบรรยากาศระหว่างการเดินทางไปและบริเวณรอบๆวัดมาฝากทุกคน โดยภายในวัดยังมีเรื่องราวประวัติความเป็นมารวมถึงรูปปั้นของเทพแต่ละองค์อีกมากมาย ซึ่งมีความน่าสนใจและประทับใจเป็นอย่างมาก เราขอแนะนำเลยว่าถ้าใครกำลังมีแผนพาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวกับแล้วล่ะก็ Sanjusangendo Temple น่าจะเป็นจุดไฮไลท์ประทับใจอย่างแน่นอน ซึ่งช่วงที่เราเดินทางไปนั้น เป็นช่วงฤดูดอกซากุระบานพอดี ดังนั้นระหว่างการเดินทางไปก็จะพบดอกซากุระสวยงาม นอกจากนี้บริเวณรอบๆวัดก็มีการจัดตกแต่งสวนสวยแบบสไตล์ญี่ปุ่น มีความเงียบสงบ เป็นธรรมชาติ มากๆ

สถานที่: Sanjusangendo Temple
ที่อยู่: 657 Sanjūsangendōmawari, Higashiyama-ku, Kyōto-shi, Kyōto-fu 605-0941, Japan

เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.
วิธีเดินทางไป: ขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Shichijo Station [Keihan Line] หรือ สถานี Kyoto station แล้วเดินไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน , เด็ก 400 เยน
เบอร์ติดต่อ: +81 75-561-0467

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑