ลองยูซุเลมอนโซดา 0 แคล!

วันนี้มาลองกินน้ำวิตามินซีออกใหม่เป็นของ สิงห์รสยูซุเลมอนโซดา และที่สำคัญ 0 แคล ไม่มีน้ำตาลแม้แต่กรัมเดียว OMG

เป็นกระป๋อง เครื่องดื่มวิตามินซีผสมโซดาซ่าๆ สีสันสดใสเลยทีเดียว


น้ำตาล พลังงาน ไขมันเป็น 0 หมด แต่มีโซเดียมนิดหน่อยนะจ๊ะ ส่วนวิตามินซีไม่มีบอกว่ากี่กรัม (เข้าใจว่าวิตามินซีก็คือโซเดียม 70 มิลลิกรัมอะนะ)


ส่วนประกอบสำคัญ น้ำส้ม (จากน้ำสัมเข้มข้น) 1%, สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (INS 290) สารควบคุมความเป็นกรด (INS 330, INS 331 (iii)) ,สารต้านออกซิเดชั่น (INS 301), สารทำให้คงตัว (INS 414, INS 440), วัตถุกันเสีย (INS 211) สารให้ความหวาน (ซูคราโลส.แอซี่ซัลเฟมโพแทสเซียม) แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ (สัมยูซุและเลมอน)


รสชาติเหมือนกินส้ม มีกลิ่นเปลือกส้มตีขึ้นจมูก แล้วก็มีความซ่าๆหน่อยเหมือนน้ำอัดลมอะนะ โดยรวมถือว่าอร่อยใช้ได้ ที่สำคัญคือไม่มีน้ำตาล 0 แคล กินแล้วไม่อ้วน ไม่บาป ดื่มแล้วหายเหนื่อยเลย

ลองโบโลน่าทำจากพืช

ที่ 7 11 มีของใหม่ออกมาให้ลองกิน นั้นก็คือโบโลน่า แต่ไม่ใช่โบโลน่าธรรมดาๆมันคือโบโลน่าที่ทำจากพืช!
จากรูปเป็น โบโลน่าจากพืชรสพริก ยี่ห้อ MEAT ZERO (โบโลน่ามังสริวัติ) ผลิตโดย CPF


มาดูเรื่องโภชนาการกันบ้าง ครึ่งถุงให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี่ ถ้ากินทั้งหมดก็ 160 กิโลแคลอรี่


ส่วนประกอบก็จะเป็น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี 78% เครื่องปรุง (มีสารสกัดจากยีสต์) 9 % น้ำมันคาโนล่า 8% พริก 3 % ไข่ขาวผง 2 % (วัตถุปรุงแต่งรสอาหาร ไกลซีน, ไดโซเดียม 5 – ไรโบนิวคลิโอไตด์), วัตถุเจือปนอาหาร (INS316), แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ และ กลิ่นสังเคราะห์


ส่วนรสชาติ กินแล้วก็เหมือนเนื้อดี แต่กลิ่นอาจจะมีกลิ่นของถัว เอาเป็นว่าใครทานมังสริวัติหรือเจ ก็สามารถรับประทานได้ ลองไปกินดูกันได้ที่ 7-11 ราคา 35 บาท

ชมดอกซากุระที่ Moon Crossing Bridge ญี่ปุ่น

ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนของทุกปีในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะเป็นช่วงฤดูซากุระ หรือ Cherry Blossom โดยช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงที่มีดอกซากุระบานสะพรั่งสวยงาม จึงส่งผลให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเป็นอย่างมาก

และที่ Moon Crossing Bridge จังหวัดเกียวโตก็เช่นกัน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่ปกติก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอดทั้งปีอยู่แล้ว เพราะสะพานแห่งนี้มีความสวยงามและอยู่ใกล้เขตกับป่าไผ่ชื่อดังอาราชิยาม่า นั่นเอง

ซึ่งถ้าใครเดินทางมาลงสถานีรถไฟ Arashiyama Station [Henkyu railway] ก็จะต้องเดินผ่านริมแม่น้ำ จะพบต้นซากุระสีขาวและสีชมพูบานเต็มทั้งต้นสวยงามมากๆ บริเวณใกล้เคียงก็มีขนมทานเล่น ขนมพื้นบ้านชาวญี่ปุ่นขาย นักท่องเที่ยวบางคนก็ซื้อและนั่งชมแม่น้ำท่ามกลางดอกซากุระบาน เป็นบรรยากาศแสนสบายสุดชิว ใครไปญี่ปุ่นช่วงซากุระก็ลองชมดูก่อนตัดสินใจใส่ไว้เป็นแผนเที่ยวอีกที่หนึ่งก็ได้นะ

สถานที่ : Moon Crossing Bridge
GPS:

เบอร์ติดต่อ : +81 75-861-1101
วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงสถานี Arashiyama Station [Henkyu railway]

อาหารเช้าโรงแรม APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae

ใครกำลังไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะแถบคันไซ เมืองโอซาก้า แล้วกำลังมองหาที่พักดีๆ อาหารโดนๆ แล้วล่ะก็ ลองแวะมาดูที่ โรงแรม APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae ก่อนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยนะ เพราะนอกจากโรงแรมนี้จะมีเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อม มีที่ตั้งอยู่ติดสถานี Higobashi Station ทางออก 3 แล้ว ขอบอกว่า อาหารเช้าก็ดีงามไม่แพ้กันเลยจ้า เพราะที่ APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae นี้จะมีบริการ อาหารเช้าบุฟเฟ่สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนและใช้บริการ จะบอกว่าอาหารเช้าบุฟเฟ่ที่โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ชั้นเดียวแบบที่ไหนๆนะ ปกติเราไปพักโรงแรมทั่วไปก็มีพื้นที่รับประทานอาหารเช้าแค่โซนเดียว ในขณะที่โรงแรม APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae มีพื้นที่รับประทานอาหารเช้าถึง 2 โซน แบ่งพื้นที่ไปเลย ว่ามีที่ชั้น 2 และมีที่ชั้น 30 นะ เราเลือกได้ด้วยว่าจะรับประทานอาหารเช้ารูปแบบไหน โดยร้านอาหารเช้าบุฟเฟ่ต์จะให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.00 น.- 10.00 น. อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีร้านอาหารห้เราเลือกได้ถึง 2 ร้าน คือ

  1. LA-VERANDA อยู่ชั้น 2F: โดยจะเป็นอาหารนานาชาติ มีอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทาน โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นก็ตั้งได้ไม่จำกัด ทั้งปลา ซุป ข้าว บอกเลยว่าฟินสุดๆ ถ้าใครชอบความหลากหลายนานาชาติ เราแนะนำว่ามาร้าน LA-VERANDA รับรองตอบโจทย์ คุณสามารถนั่งรับประทานยาวๆ แบบชิวๆ ได้เลยก่อนออกไปเที่ยวต่อ
  2. Chao-Saigou อยู่ชั้น 30F: ร้านนี้จะเป็นอาหารเวียดนาม โดยเรารู้สึกว่าก็ไม่ได้แตกต่างกับร้านอาหารนานาชาติ LA-VERANDA แต่จะเน้นแนวก๋วยเตี๋ยว ซุป อาหารญวนเวียดนามเพิ่มเติมขึ้นมา เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและชอบทานเส้น ก็แวะไปได้

โดยตอนเราไปเที่ยวญี่ปุ่นเราพักที่ APA Hotel Osaka Higobashi Ekimae 10 วันเต็มๆเลย ค่อนข้างที่จะประทับใจและฟินกับอาหารของโรงแรมเป็นพิเศษ ขนาดพัก 10 วัน ยังไม่เบื่อเลย คนที่ไปด้วยยังชอบและชมเลยว่า อาหารที่รงแรมนี้ดีมาก คุณภาพ สดใหม่ และที่สำคัญคือความหลากหลาย ถ้าคุณมาเที่ยวที่โอซก้า ไม่ได้ไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านอื่น นอนอยู่แต่ที่โรงแรมนี้ แค่รับประทานอาหารเช้าอย่างเดียวเราก็ว่าคุ้มมากๆแล้ว ใครกำลังหารีวิวโรงแรม ที่พักและอาหารเช้าสุดคุ้ม เราก็เป็นคนนึงที่เชียร์ให้พักที่นี่นะ สนใจก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็ปไซต์ : https://www.apahotel.com/en/hotel/kansai/osakahigobashi-ekimae/

เที่ยวเกียวโตชมดอกซากุระและเทคนิคการเดินทาง

ประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางของคนไทยหลายต่อหลายคนที่ชอบไปสัมผัสบรรยากาศที่เรียบง่าย มีวัฒนธรรมอันงดงามที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ผู้คนก็สุภาพเรียบร้อย อาหารก็อร่อยโดนใจไม่น้อย ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวต่างหลงใหลกับดินแดนอาทิตย์อุทัยมากๆ

เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันดีกว่า เราก็ได้มีโอกาสไปสัมผัสความอบอุ่นสวยงามที่ญี่ปุ่นเช่นกัน ซึ่งครั้งนี้เราได้แวะเวียนไปยังเมืองหลวงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัดและประวัติศาสตร์มากมาย นั่นก็คือเมืองเกียวโตนั่นเอง

แต่ครั้งนี้เราไม่ได้จะมารีวิววัดในเกียวโตแบบคนอื่นๆ แต่เราได้เก็บภาพบรรยากาศและดอกซากุระมาฝากมากมาย ถ้าใครที่เคยได้ไปเกียวโตช่วงดอกซากุระบานเต็มที่ จะต้องรู้สึกประทับใจและมีความสุขไม่น้อยกับภาพที่ได้เห็น เราจึงได้บันทึกภาพดอกซากุระมาให้ชมกัน รวมไปถึงการเดินทางในเกียวโตเพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆด้วย

 

ถ้าใครไปเกียวโตก็มักจะต้องได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายที่ ดังนี้

  • วัดน้ำใส Kiyomizu-dera
  • ศาลเจ้ายาซากะ – Yasaka-jinja Shrine
  • กิออน ย่านเกอิชาแห่งเกียวโต – Gion
  • วัด Toji temple
  • เกียวโตทาวเวอร์ Kyoto Tower
  • ศาลเจ้า Fushimi Inari Taisha

ด้านล่างนี้เป็นแผนการเดินทางของเราซึ่งเราพักอยู่ที่ Osaka แต่เดินทางไปเที่ยว Kyoto จุดเริ่มต้นจึงเริ่มที่สถานีของโรงแรมที่เราพักนั่นก็คือ Higobashi Station จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังเกียวโตและแวะสถานที่เที่ยวชื่อดังต่างๆ    

  • ออกเดินทาง จาก Higobashi ไป Kyoto

ไป Kiyomizu-dera วัดน้ำใส (Pure Water Temple) ขึ้นรถเมล์ เดินประมาณ 10-15 นาที จากป้ายรถบัส Gojo-zaka หรือป้ายรถบัส Kiyomizu-michi [รถบัสสาย 100, 206]

Kyoto station – Kiyomizu-Gojo Station [ Keihan Railway Line]

ไปศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka-jinja Shrine) : Kiyomizu Gojo Station – Gion-shijo Station

จากศาลเจ้ายาซากะ – Yasaka-jinja Shrine เดินไป กิออน ย่านเกอิชาแห่งเกียวโต – Gion หาอะไรกินแถวนี้

ไปวัด Toji temple : Gion-shijo Station – Toji Station

ไปเกียวโตทาวเวอร์ Kyoto Tower : Toji Station – Kyoto station

ไปศาลเจ้า Fushimi Inari Taisha สามารถลงที่สถานี Inari แล้วเดินไปได้เลยอยู่ใกล้สถานีมากๆ

เล่น Zip line ท่ามกลางแหล่งธรรมชาติ ณ ลาวใต้ (ตาดฟาลอยฟ้า )

นักท่องเที่ยวที่ชอบความหวาดเสียวและอยากสัมผัสธรรมชาติในมุมสูงเราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ณ ลาวใต้ นั่นก็คือ ตาดฟาลอยฟ้า คุณจะได้ทำกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติ กลางป่าเขาต้นไม้และน้ำตก โดยการโหน Zip line ที่พาดผ่านข้ามน้ำตกขนาดกว้าง

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำตกขนาดใหญ่ โดยปกติน้ำตกที่ไหลจะเป็นสีใส แต่วันที่เราไปน่าจะมีฝนตกหนักทำให้น้ำตกมีสีขุ่นมัว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเบื่อกับการเที่ยวเล่นน้ำตกลำธารแบบธรรมดาแล้วล่ะก็ สถานที่แห่งนี้มีกิจกรรมที่ตอบโจทย์แก้เบื่อให้ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นก็คือ Zip line

โดยจะมีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ให้กับนักท่องเที่ยวได้เช่าใช้บริการ ไม่ต้องห่วงว่าคุณจะเป็นมือใหม่สำหรับการเล่น Zip line เพราะก่อนจะไปโหน Zip line จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล สอนการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เมื่อสอนเสร็จ ก็เตรียมไปโหน Zip line ข้ามน้ำตกกันเลย เชื่อว่านักท่องเที่ยวแต่ละคนจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและสุดพิเศษกับการสัมผัสธรรมชาติในมุมสูงอย่างแน่นอน

ไปเที่ยวเชียงใหม่ต้องแวะที่ไหนบ้าง

เชียงใหม่เป็นจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆเลย นอกจากเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแล้วยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ประทับใจของใครหลายคน ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักเดินทางก็ว่าได้ นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมี Character ที่น่าสนใจหลากหลายมุมมอง ถ้าเราจะมองให้เชียงใหม่เป็นจังหวัดสังคมเมืองมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆพร้อม เชียงใหม่ก็ถือว่าครบ หรือถ้าจะมองเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีแหล่งธรรมชาติ เชียงใหม่ก็มีอำเภอที่เป็นชุมชนหมู่บ้านที่เงียบสงบ หรือถ้าสายบุญจะจัดจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นแหล่งทำบุญก็ติดอันดับจังหวัดที่มีวัดน่าไปกราบไหว้สักการะบูชามากมาย เพราะฉะนั้นวันนี้เราได้นำรายการสถานที่ท่องเที่ยวต้องแวะเมื่อไปเชียงใหม่มาฝากกัน โดยรวม 3 ธีมไว้ด้วยกัน ทั้งในเมือง, แหล่งธรรมชาติและวัดดังควรไป มาดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง

  1. ถนนคนเดินเชียงใหม่: เที่ยวเมืองเชียงใหม่ก็ต้องไปเดินถนนคนเดินที่เชียงใหม่ มีทั้งของกินของใช้การแสดงและของแปลกๆ เก่าๆใหม่ๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปปิ้งกลับบ้าน
  2. อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า: เป็นแหล่งธรรมชาติที่สงบ หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักว่าเชียงใหม่มีสถานที่สวยงามและน่าสนใจแบบนี้ด้วย อยากให้ลองได้แวะไปกันโดยอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าเหมาะแก่การพาครอบครัวไปพักผ่อนดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติริมน้ำที่เย็นสบาย
  3. สวนพุทธธรรม วัดอุโมงค์เชียงใหม่: เป็นลานธรรมที่กว้างมากๆ มีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เดินศึกษาธรรมะ แหล่งเรียนรู้ธรรม และประวัติท่านพุทธทาสภิกขุ (ภิกขุ ปัญญานันทะ) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งธรรมชาติให้กับผู้แสวงบุญสามารถมาปฏิบัติธรรมได้ที่นี่ด้วย
  4. วัดพระธาตุดอยสุเทพ: และแน่นอนว่าไปเชียงใหม่ก็ต้องห้ามพลาดวัดพระธาตุดอยสุเทพ เพราะถือได้ว่าเป็น Signature ของเชียงใหม่ไปแล้ว ถ้าใครมาเชียงใหม่ไม่แวะที่นี่ก็ถือว่ามาไม่ถึง นอกจากเป็นวัดดังเก่าแก่แล้ว ยังมีความศักดิ์สิทธิ์มาก หลายคนมาขอพรมักจะสมหวังกลับไปทุกคน ขอบอกว่าที่นี่ก็มีหลวงพ่อทันใจด้วยนะ ถ้าใครอยากขอพรด่วนๆ ไม่ต้องบินไปถึงพม่า มาวัดพระธาตุดอยสุเทพที่เชียงใหม่ก็ ทันใจไม่แพ้กัน

เที่ยวออสเตรเลียอย่าลืมไปดู Footy Australia Game

ประเทศออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการแข่งขันประจำชาติที่เค้าจริงจังกันมากๆ คนทั้งประเทศมักจะร่วมแรงร่วมใจออกไปเชียร์ทีม Australian Football League ( AFL  Footy)  ของตัวเองทุกสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน

โดยกีฬาประจำชาติของชาวออสซี่ นี้เป็นในลักษณะที่มีการผสมผสานระหว่างลักบี้และฟุตบอลเข้าด้วยกัน มีกฎกติกาที่ผสมผสานกันไป จึงเรียกกีฬานี้ว่า Footy

ซึ่งความจริงจังของการแข่งขันเจ้า Footy นี้มีการแบ่งทีมกันเป็นกิจจะลักษณะที่ชัดเจน โดย AFL มีทีมทั้งหมด 18 ทีม ที่แข่งขันกันในแต่ละฤดูกาล แต่ละทีมก็จะมาจากตัวแทนของรัฐต่างๆ คือ รัฐวิคตอเรีย, นิวเซาธ์เวลส์, เซาธ์ออสเตรเลีย, เวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย และ ควีนส์แลนด์

และแน่นอนว่าถ้าใครกำลังจะไปเที่ยวออสเตรเลีย เราแนะนำว่าควรจะหาโอกาสไปดูการแข่งขันสดๆได้ที่สนาม จะประทับใจมากๆ โดยเราก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมทีม North Melbourne ก่อนจะไปดูการแข่งขันต่อที่สนาม Etihad Stadium ใน Melbourne ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะบอกว่าบรรยากาศน่าตื่นเต้น ตื่นตาไปหมดผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลมาดูการแข่งขันนี้ ต่างเตรียมพร็อพแน่น ผ้าพันคอ หมวก และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นของทีมตัวเองมาเชียร์กันอย่างเนืองแน่น

ยิ่งระหว่างการแข่งขันการเชียร์นี่สนั่นหวั่นไหวมากๆ ถ้าใครได้ไปอยู่ในบรรยากาศจริงๆ จะรู้สึกว่าสนุกมากๆ ยิ่งหลังจบเกมส์การแข่งขัน ทาง Stadium ก็อนุญาตให้แฟนๆที่มาเชียร์ ลงไปสัมผัสถ่ายรูปเล่นกันได้ในสนามด้วย เป็นภาพที่ทุกคนมีความสุขมากๆ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ได้ลงไปเหยียบสนามการแข่งขันจริง

ดังนั้นถ้าใครวางแผนไปเที่ยวออสเตรเลีย เราอยากแนะนำให้ได้ไปชมการแข่งขัน Footy รับรองว่าประทับใจแน่นอน เราได้นำภาพบรรยากาศมาฝาก ดูรีวิวกันก่อนไปได้เลยจ้า

ด่านไทย-ลาวช่องเม็ก

ปกติการเดินทางข้ามไปประเทศลาวนั้นเราสามารถเดินทางข้ามไปได้หลายจังหวัด แต่ถ้าใครอยากจะไปเที่ยวลาวใต้ เมืองปากเซก็ต้องไปข้ามแดนที่ด่านไทย-ลาวช่องเม็ก โดยด่านช่องเม็กนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีในเขตภาคอีสานของประเทศไทยเรานี่เอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอสิรินทร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กิโลเมตร มีความโดดเด่นตรงที่ด่านดังกล่าวจะติดกับชายแดนประเทศลาว จนนักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามฝั่งไปได้เลย ในขณะที่ด่านไทย-ลาว ส่วนใหญ่ จะต้องข้ามฝั่งแม่น้ำโขง

ดังนั้นถ้าใครอยากไปประเทศลาวแบบไม่ต้องนั่งเรือก็มาที่ด่านช่องเม็กได้ นอกจากนี้ยังมีความสะดวกสบายการจัดการของเจ้าหน้าที่ที่ด่านช่องเม็กก็อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวได้ดีมาก ปฏิบัติงานกันอย่างรวดเร็ว โดยบรรยากาศก็ดูเป็นกันเอง ด้านหน้าก็จะมีติดป้ายบอกกฎระเบียบต่างๆ การยื่นเอกสาร เมื่อจัดการเรียบร้อย ก็สามารถเดินรอดอุโมงค์ผ่านไปยังประเทศลาวได้เลย โดยระหว่างทางรอดก็จะเห็นธงประเทศไทย และป้ายเขียนว่าสุดเขตแดนประเทศไทยและมีธงอาเซียนปักไว้

นอกจากนี้ระหว่างที่เดินไปตามทางอุโมงค์ก็มีชาวลาวมายืนขายซิมโทรศัพท์สำหรับใช้โทรและเล่นอินเตอร์เนทที่ประเทศลาวตลอดสองข้างทาง ราคาอยู่ที่ประมาณ 100 บาท ขึ้นอยู่กับความเร็วแรงและยี่ห้อของสัญญาณ จากนั้นเมื่อเท้าเราเหยียบพรมแดนประเทศลาวแล้วก็จะมีร้านค้าขายสินค้า Duty Free เขาว่าปลอดภาษี และมีร้านกาแฟดาว ที่ขึ้นชื่อของลาวด้วย เราก็สามรถซื้อของฝากขากลับได้ที่นี่นั่นเอง

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑